แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ “กำลังทำให้ทุกอย่างกลายเป็นปัญหาที่ตัวเองเป็นศูนย์กลาง” หลังปีกทีมชาติอียิปต์ออกมาวิจารณ์สโมสรและกุนซือ อาร์เน่ สลอต แบบตรงๆ
หลังเกมที่ลิเวอร์พูลเสมอลีดส์ 3-3 ซึ่งซาลาห์ไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว เขาให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเหมือน “โดนโยนให้เป็นแพะ” หรือโดนสโมสรหักหลัง
เมอร์ฟี่กล่าวในรายการ Match of the Day ว่า ซาลาห์มีสิทธิ์จะ “โกรธ ผิดหวัง และอารมณ์ขึ้น” เพราะต้องนั่งสำรอง 3 นัดติดต่อกัน แต่ควรเก็บเรื่องนี้ไว้ภายในทีมมากกว่าออกมาพูดผ่านสื่อ
“เคาะประตูคุยกับผู้จัดการทีมเลยก็ได้ หรือจะคุยกับเจ้าของทีม—อะไรก็ว่าไป ให้บอกความไม่พอใจตรงนั้น” เมอร์ฟี่กล่าว
“แต่พอเขาออกมาพูดแบบนี้ มันทำให้ทีมเดือดร้อน ทำให้ผู้จัดการทีมลำบาก และทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของตัวเขาเอง ซึ่งมันทำไม่ได้”
ซาลาห์วัย 33 ปี กำลังจะไปร่วมศึกแอฟริกัน เนชันส์ คัพ (AFCON) วันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่มีข่าวว่าซาอุดีอาระเบียยังคงให้ความสนใจ และลิเวอร์พูลก็ “เปิดกว้าง” ต่ออนาคตของเขา
การเสมอ 3-3 กับลีดส์เป็นเกมที่ลิเวอร์พูลพลาดเก็บแต้มอีกครั้ง ทำให้ 5 นัดหลังในพรีเมียร์ลีกเก็บแต้มหลุดมือถึง 4 เกม (แพ้ 2 เสมอ 2) และปัจจุบันอยู่อันดับ 8
เมอร์ฟี่เสริมว่า ทุกคนในทีมต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่แค่ซาลาห์
“นักเตะชื่อดังหลายคนโดนวิจารณ์หนักเหมือนกัน แฟนบอลก็ต่อต้านบ้าง ทุกคนถูกตัดสินจากฟอร์มการเล่นทั้งนั้น”
ขึ้นอยู่กับผลงานของอียิปต์ใน AFCON ซาลาห์อาจจะกลับมาลิเวอร์พูลได้หลังวันที่ 18 มกราคม (หลังจบเกมนัดชิง)
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่มอร์ฟี่เชื่อว่าท้ายที่สุดดาวยิงรายนี้จะกลับมาเล่นให้ลิเวอร์พูลได้
“ผมคิดว่าเขาน่าจะกลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้งนะ เขาจะมีเวลาให้ใจเย็นลง และทุกคนก็อยากเห็นเขาจบเส้นทางกับลิเวอร์พูลด้วยดี เหมือนตำนานหลายๆ คนในอดีต”
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าถ้าซาลาห์ยืนกรานอยากย้ายทีมจริง มันก็มีโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในตลาดเดือนมกราคมนี้ เพราะแม้ลิเวอร์พูลจะถือสัญญาอยู่ในมือ แต่ความต้องการของนักเตะก็มีน้ำหนักมากเช่นกัน
