วิคตอร์ กโยเคเรส ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาอยู่กับอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ ในฐานะกองหน้าที่ทำประตูได้มากที่สุดในยุโรป หลังระเบิดฟอร์มยิง 54 ประตูจาก 52 นัด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
แต่ด้วยความแตกต่างอย่างชัดเจนของสไตล์การเล่นระหว่างอาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า กับสปอร์ติ้ง แชมป์ลีกโปรตุเกส ทำให้เกิดคำถามตั้งแต่แรกว่า เขาจะทำผลงานระดับเดิมในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่
เมื่อผ่านครึ่งฤดูกาล กองหน้าวัย 27 ปี ยิงได้เพียง 5 ประตูในลีก (รวมจุดโทษ 2 ลูก)
คำถามคือ…
เขาฟอร์มตกเพราะปรับตัวยาก?
หรืออาร์เซน่อลยังใช้เขาไม่ถูกจุด?
ทำไมกโยเคเรสถึงโหดกับสปอร์ติ้ง
ที่สปอร์ติ้ง กโยเคเรสเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแบบเดี่ยว ในระบบที่ไม่ได้เน้นการครองบอลกดคู่แข่งไว้หน้าประตูตลอดเวลา
แม้จะเป็นทีมแชมป์ที่ครองเกมบ่อย แต่สปอร์ติ้งมักเลือกเล่นบอลยาวเร็วทันทีหลังแย่งบอลได้ แทนการต่อบอลช้า ๆ
ซึ่ง “เข้าทาง” กโยเคเรสแบบสุด ๆ
เพราะแม้เขาจะเป็นกองหน้าร่างใหญ่ แข็งแกร่ง แต่การพักบอลหรือเชื่อมเกมไม่ใช่จุดเด่นหลัก
เขาโดดเด่นจาก 3 รูปแบบหลัก
1) ขยับสั้นเข้าหาบอลอย่างรวดเร็ว
หากกองหลังตามไม่ติด เขาจะรับบอลแบบไร้แรงกดดัน ก่อนจะพักบอลหรือหมุนตัวพาบอลไปข้างหน้า
2) วิ่งสอดหลังแนวรับจากตำแหน่งกว้าง
เพื่อนร่วมทีมอย่าง เกโอวานี เควนด้า มักแทงบอลให้เขาหลุดเข้าไป
ด้วยความเร็วและพละกำลัง กโยเคเรสสามารถลากบอลเข้าเขตอันตรายได้เอง
3) พลิกหนีเมื่อรับบอลเข้าตีน
เขาใช้ร่างกายบังบอล หมุนตัวหนีกองหลัง แล้วเร่งสปีดเข้าใส่พื้นที่ว่างทันที
วิธีทำให้กโยเคเรสกลับมายิงกระจาย
กโยเคเรสชอบยืนบนไลน์สุดท้ายของแนวรับ และมักเริ่มจากฝั่งขวา
การวิ่งสอดหลังจากด้านขวาคืออาวุธทำประตูหลักของเขาที่สปอร์ติ้ง
แม้จะได้ยิงจากมุมแคบ เขายังสามารถซัดด้วยพลังจากเท้าขวาได้ดีมาก
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายิงกระจายเมื่อฤดูกาลก่อน
อาร์เตต้าน่าจะพยายามสร้างสถานการณ์แบบนี้ให้มากขึ้นในเกมของอาร์เซน่อล
จากฝั่งซ้าย เขามักเลี้ยงดวลตัวต่อตัว ก่อนตัดเข้าในแล้วยิงด้วยเท้าขวาที่ถนัด
แม้ต้องใช้จังหวะมากขึ้น แต่ก็ได้คุณภาพการยิงที่เฉียบคม
เมื่อพื้นที่แคบลง กโยเคเรสก็ปรับตัว
เขาจะชะลอการวิ่ง รับบอลหน้าแนวรับ บริเวณขอบเขตโทษ เพื่อสร้างพื้นที่ให้ตัวเองยิง
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า
จาก 54 ประตูในฤดูกาลก่อน 20 ลูกมาจากจุดโทษ
และยังมีหลายประตูที่เป็นลูกชาร์จง่ายจากการเปิดย้อน
แต่โดยรวม ประตูส่วนใหญ่ของเขาเกิดจาก
“การมีพื้นที่ + เวลา + ได้จับบอลมากกว่า 1-2 จังหวะ”
แล้วทำไมเขาถึงฝืดกับอาร์เซน่อล?
อาร์เซน่อลขึ้นเกมแบบอดทน เป็นระบบ ใช้การหมุนตำแหน่งเพื่อดึงแนวรับคู่แข่ง
พรีเมียร์ลีกส่วนใหญ่มักตั้งรับต่ำและแน่นใส่อาร์เซน่อล
ทำให้พื้นที่หลังแนวรับแทบไม่มี
เขตโทษจึงแออัด ต่างจากสิ่งที่กโยเคเรสถนัดโดยสิ้นเชิง
เขาจึงต้องยืนอยู่ในกรอบเขตโทษที่แน่น
แทบไม่มีพื้นที่ให้เร่งสปีดหรือสร้างโมเมนตัม
บางจังหวะเขาถอยต่ำมาช่วยต่อบอล
แต่ด้วยการประกบติดและความแข็งแกร่งของกองหลังพรีเมียร์ลีก
ทำให้อาร์เซน่อลเสี่ยงเสียบอลทันที
ปัจจุบัน กโยเคเรสมักรอเข้าชาร์จจากการเปิดด้านข้าง
ซึ่ง แกรี ลินิเกอร์ มองว่าเขาควร “กล้าเสี่ยง” มากกว่านี้
“กองหน้าต้องเดาทางบอลและขยับก่อนกองหลัง ไม่ใช่รอให้บอลมา”
อาร์เซน่อลควรทำอย่างไร?
กโยเคเรสต้องรับมือกับ
- ลีกที่เข้มข้นกว่า
- ระบบทีมที่ต่างออกไป
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีส่วนผิด
อาร์เซน่อลเป็นทีมที่แทงทะลุช่องมากที่สุดในลีกฤดูกาลนี้
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมพยายามเล่นให้เข้ากับเขาแล้ว
ปัญหาคือ แนวรับพรีเมียร์ลีกฟื้นตำแหน่งเร็วมาก
ทำให้เขามักต้องคืนบอล แทนที่จะได้ยิงเหมือนตอนอยู่สปอร์ติ้ง
ทางออกหนึ่งคือ จับคู่เขากับกองหน้าที่เสริมกันได้ เช่น ไค ฮาแวร์ตซ์
ฮาแวร์ตซ์สามารถชน พักบอล และดึงกองหลัง
เปิดพื้นที่ให้กโยเคเรสโจมตีจากด้านหลัง
ตัวอย่างชัดเจนคือคู่ ลูกากู – เลาตาโร่ ที่อินเตอร์
โดยกโยเคเรสจะรับบทแบบเลาตาโร่
ผลงานที่มากกว่าการยิงประตู
แม้ยิงไม่เยอะ แต่การวิ่งไล่เพรสซิ่งและการเคลื่อนที่ของกโยเคเรส
ช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมอย่างมาก
เขาดึงความสนใจของกองหลัง
สร้างช่องให้โอเดการ์ดและเพื่อนทำประตูได้
อาร์เซน่อลยังคงเป็นจ่าฝูง
แต่ทั้งทีมและตัวกโยเคเรสเองก็ต้องการ “ประตู” มากกว่านี้
อดีตผู้ช่วยโค้ชโคเวนทรีของเขาเคยกล่าวว่า
“กโยเคเรสจะเริ่มหงุดหงิดทันที ถ้ายิงไม่ได้ 3-4 เกมติด”
การให้เขายิงจุดโทษ และย้ำถึงบทบาทเชิงแท็กติก
อาจช่วยลดความกดดันได้บ้าง
แต่หากอาร์เซน่อลหวังแชมป์ลีกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2004
พวกเขาจำเป็นต้องรีดศักยภาพจากกองหน้าค่าตัว 64 ล้านปอนด์ ให้มากกว่านี้ให้ได้
