น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เจาะแท็คติกลิเวอร์พูลอย่างไรในเกมถล่ม 3-0
ความพ่ายแพ้ 0-3 ของลิเวอร์พูลคาบ้านต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทำให้ทีมของอาร์เน่ สลอตแพ้ 6 จาก 7 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก และร่วงไปอยู่กลางตารางแบบน่าเป็นห่วง บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนสำคัญที่ฟอเรสต์ใช้โจมตีอย่างมีประสิทธิภาพจนลิเวอร์พูลรับมือไม่ได้ตลอดทั้งเกม
1) ปัญหาเกมรับลูกตั้งเตะที่เกิดซ้ำตลอดฤดูกาล
ลิเวอร์พูลเสีย 9 ประตูจากลูกตั้งเตะในลีกฤดูกาลนี้ (ไม่นับจุดโทษ) เท่ากับจำนวนทั้งหมดของซีซันก่อน และประตูแรกในเกมนี้เกิดขึ้นจากการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดและการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน
ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นถึง 6 คนในเขตหกหลา ขณะที่ฟอเรสต์ส่งเพียง 2 คนลงไปในพื้นที่เดียวกัน หนึ่งคนไปกดดันอลิสซอน อีกคนไปครองพื้นที่กับฟาน ไดจ์ก ทำให้ฟาน ไดจ์กขยับตัวไม่ได้ถนัด ขณะที่ตรงกลางเขตโทษเป็นสถานการณ์ 4 ต่อ 4 ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารและการจับคู่ที่แม่นยำ
ซาลาห์พยายามบอกให้แม็คอัลลิสเตอร์ช่วยตามประกบมูริโญ แต่แม็คอัลลิสเตอร์มีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว และไม่สามารถทิ้งตำแหน่งได้ โซบอสซ์ไลจึงตัดสินใจทิ้งกิบส์-ไวท์เพื่อไปช่วยปิดมูริโญ เป็นผลให้กิบส์-ไวท์วิ่งเข้าหาบอลแบบไร้ตัวประกบ และมูริโญหลุดเข้ามายิงจังหวะสองจากพื้นที่ว่างด้านหลัง
คำถามสำคัญคือ ทำไมซาลาห์จึงถูกกำหนดให้รับบทบาทป้องกันลักษณะนี้ ทั้งที่ไม่ใช่นักเตะเกมรับตามธรรมชาติ และมีความสำคัญในการเล่นสวนกลับมากกว่า
2) การหมุนตำแหน่งของฟอเรสต์ทำให้โครงสร้างเกมรับลิเวอร์พูลแตก
ประตูที่สองชี้ชัดถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอีกครั้ง ฟอเรสต์โจมตีด้านที่ซาลาห์, เคอร์ติส โจนส์ และโซบอสซ์ไลยืนอยู่ แม้จำนวนตัวจะเท่ากัน แต่ฟอเรสต์ใช้การหมุนตำแหน่งและการขยับเร็วเพื่อดึงผู้เล่นลิเวอร์พูลหลุดตำแหน่ง
กิบส์-ไวท์สลับตำแหน่งจากกลางไปริมเส้น ดึงไรอัน กราเฟนแบร์คออกจากพื้นที่หลัก ขณะที่เนโก วิลเลียมส์วิ่งตัดจากริมเส้นสู่ครึ่งพื้นที่ แต่ซาลาห์ไม่ตาม ทำให้แม็คอัลลิสเตอร์ต้องวิ่งออกไปอุดด้านข้างอีกครั้ง ส่งผลให้แผงมิดฟิลด์ว่างตรงกลางอีกครั้ง และซาโวนาเข้ามายิงในพื้นที่หน้ากองหลังได้อย่างสะดวก
สองประตูแรกสะท้อนจุดเดียวกันคือ
- ซาลาห์หลุดตำแหน่งและไม่ตามตัวประกบ
- แม็คอัลลิสเตอร์ถูกบังคับให้ทิ้งโซนกลาง ส่งผลให้พื้นที่หน้ากองหลังเปิดโล่งเสมอ
3) ขาดความเข้มข้นและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งดวลตัวต่อตัว
ประตูที่สามเกิดจากการเปลี่ยนแกนเร็วของฟอเรสต์ ส่งบอลไปยังโอมาริ ฮัทชินสัน ที่รับบอลได้อย่างมีพื้นที่และได้เลี้ยงใส่อันดรูว์ โรเบิร์ตสันในสภาพพร้อมเล่น ฮัทชินสันยิงครั้งแรกให้อลิสซอนปัด แต่แม็คอัลลิสเตอร์ที่ขยับเข้ามาบีบอีกครั้งทำให้ตำแหน่งกลางว่าง และกิบส์-ไวท์เติมเข้ามายิงซ้ำได้แบบไม่มีผู้เล่นลิเวอร์พูลขวางอยู่เลย
รูปแบบแบบนี้คล้ายกับประตูที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยทำใส่ลิเวอร์พูลในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งชี้ว่าปัญหาเรื่องการป้องกันพื้นที่ริมเส้นและการปะทะตัวต่อตัวยังแก้ไม่ตก
4) ลิเวอร์พูลเสียสมดุล ขณะที่ฟอเรสต์ทำทุกอย่างถูกต้อง
ฟอเรสต์เล่นด้วยความมุ่งมั่น วิ่งไม่หยุด ชนะบอลสองหลายครั้ง และกล้าส่งผู้เล่นเติมพื้นที่อันตรายพร้อมกันหลายคน ซึ่งเป็นลักษณะที่ทีมของสลอตรับมือไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อมิดฟิลด์เชิงรับมีไม่พอ และระบบการประกบตัวแบบตัวต่อตัวถูกดึงจนหลุดรูปตลอดเวลา
ด้านลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงปัญหาชัดเจน
- ไม่มีมิดฟิลด์เชิงรับที่ยืนคุมกลาง
- แผงหลังถอยต่ำเกินไป
- ปีกไม่ช่วยเกมรับมากพอ
- โครงสร้างการประกบไม่สัมพันธ์กัน
- ความเข้มข้นเกมรับลดลงจากมาตรฐานเดิมมาก
สรุปภาพรวม
ฟอเรสต์ไม่ใช่แค่เล่นดีกว่า แต่สามารถโจมตีรูรั่วเชิงแท็คติกของลิเวอร์พูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งลูกตั้งเตะ การหมุนตำแหน่ง และการโจมตีพื้นที่หน้ากองหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เปิดโล่งตลอดทั้งเกม
หากต้องการให้ผมช่วยเขียนเป็นข่าวลงเว็บไทยแบบมาตรฐานสำนักข่าวกีฬา หรือจัดให้เป็นรูปแบบบทความ SEO สำหรับเว็บไซต์ของคุณ แจ้งได้เลย เดี๋ยวจัดรูปแบบให้ตรงความต้องการทุกอย่างครับ
