ดันดี ยูไนเต็ด เปิดบ้านแซงเอาชนะ เซลติก 2-1 เพิ่มแรงกดดันให้ วิลฟรีด น็องซี กุนซือชาวฝรั่งเศส หลังพาทีมแพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ถือเป็นสถิติที่ไม่เกิดขึ้นกับผู้จัดการทีมเซลติกมานานถึง 47 ปี นับตั้งแต่ยุคของ จ็อก สไตน์
เซลติกออกสตาร์ตได้ดีจากประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วของ ไดเซน มาเอดะ ในนาทีที่ 13 หลังลากหนีแนวรับก่อนยิงเสียบเสาไกล ดูเหมือนทีมแชมป์เก่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้หลังเพิ่งผิดหวังจากนัดชิงลีก คัพ เมื่อสุดสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังเกมพลิกอย่างสิ้นเชิง เมื่อดันดี ยูไนเต็ดเร่งเกมกดดัน และมาได้สองประตูจาก คริสซ์เตียน เคเรซเตส และ แซ็ก แซปส์ฟอร์ด ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ส่งให้เจ้าบ้านแซงคว้าชัย พร้อมหยุดสถิติไม่ชนะใคร 7 นัดติด และเป็นชัยชนะเหนือเซลติกในลีกครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้น็องซีกลายเป็นผู้จัดการทีมเซลติกคนแรกที่แพ้ 4 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1978 ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทั้งในและนอกสนาม โดยก่อนเกมไม่นาน ปีเตอร์ ลอว์เวลล์ ประธานสโมสร ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังเผยว่าตนและครอบครัวได้รับ “การคุกคามและการข่มขู่” จากแฟนบอลบางส่วน
ในแง่ของรูปเกม เซลติกมีโอกาสบวกประตูเพิ่มหลายครั้ง โดยเฉพาะ จอห์นนี เคนนี ที่หลุดเดี่ยวแต่ตัดสินใจช้า รวมถึงมาเอดะที่โขกชนเสาในช่วงท้ายเกม พลาดโอกาสช่วยทีมแบ่งแต้มอย่างน่าเสียดาย
ด้านแนวรับยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้น็องซีจะยึดระบบ 3-4-3 ต่อไป แต่การจัดตัวที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความเปราะบางยามโดนกดดัน ทำให้ทีมเสียประตูต่อเนื่อง และถูกมองว่ายังไม่สามารถรับมือกับความเข้มข้นของพรีเมียร์ชิพ สกอตแลนด์ได้
ขณะที่ จิม กูดวิน กุนซือดันดี ยูไนเต็ด ยอมรับว่าชัยชนะนัดนี้ช่วยคลายแรงกดดันให้เขาอย่างมาก และเป็นรางวัลสำหรับแฟนบอล หลังรอคอยการโค่นยักษ์ใหญ่จากกลาสโกว์มานาน
เซลติกยังตามหลังจ่าฝูง ฮาร์ตส์ อยู่ 6 คะแนน แม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัด แต่คำถามสำคัญในเวลานี้คือ ความอดทนของบอร์ดบริหารจะยืดออกไปได้นานแค่ไหน หากผลงานยังไม่กระเตื้อง
