คัมแบ็กสุดแจ่ม! เปิดฉากฟอร์มโหดของ รีซ เจมส์ แข้ง “สุดยอด” แห่งเชลซี
เกมบิ๊กแมตช์ เชลซี ปะทะ อาร์เซนอล ถูกคาดว่าเป็นเวทีดวลเดือดของสองกองกลางระดับยักษ์อย่าง มอยเซส ไกเซโด และ เดแคลน ไรซ์ แต่สุดท้ายคนที่ขโมยซีนทุกอย่างในสนามกลับเป็น รีซ เจมส์ กัปตันสิงห์บลูส์ที่ถูกจับมาเล่น กลางสนาม แบบเต็มตัว
จากแบ็กขวา สู่มิดฟิลด์พลังม้า
โดยปกติ เจมส์ยืนแบ็กขวา แต่เพราะอาการเจ็บของ โรเมโอ ลาเวีย ทำให้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ขยับเขาเข้ากลางคู่กับ ไกเซโด ขณะที่ เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ขึ้นไปยืนสูงกว่าเดิมในเกมที่เสมออาร์เซนอล 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
เชลซีครองเกมครึ่งแรกได้เหนือกว่าแบบชัดเจน ก่อนที่จังหวะเสียใบแดงของ ไกเซโด นาที 38 จะทำให้แผนทั้งหมดต้องถูกปรับใหม่
ครึ่งหลัง มาเรสก้าเปลี่ยนหมาก ส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช ลงมา และถอยเฟร์นันเดซลงมายืนต่ำคู่เจมส์
และเพียงเริ่มครึ่งหลังไม่นาน เจมส์เปิดบอลให้ ชูเอา เปโดร ได้โหม่งจ่อ ๆ ตามด้วยลูกเปิดเตะมุมที่ ทรีโวห์ ชาโลบาห์ โขกข้ามตัว ดาบิด รายา เข้าไปให้เชลซีขึ้นนำ
แม้ มิเกล เมรีโน จะโขกตีเสมอในนาที 56 แต่ถึงเชลซีจะเหลือ 10 คน พวกเขายังยืนระยะได้ดีมาก—และหัวใจสำคัญคือพลังของ รีซ เจมส์ ในแดนกลางนั่นเอง
“รีซยอดเยี่ยมมาก ระดับท็อปเลย”
— มาเรสก้า กล่าวหลังเกม
กุนซืออิตาเลียนยอมรับว่าจะต้องจัดการสภาพร่างกายของเจมส์ให้ดี โดยเฉพาะก่อนเกมกลางสัปดาห์กับลีดส์ เพราะประวัติการบาดเจ็บของเขามีมาไม่น้อย
บริหารร่างกายดี = เจมส์กลับมาแข็งแกร่ง
เชลซีมั่นใจว่าที่ผ่านมาเจมส์เจ็บเรื้อรังหลายฤดูกาลเพราะปัญหากล้ามเนื้อ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
หัวใจสำคัญคือการยกเครื่องทีมแพทย์และทีมฟื้นฟูร่างกายครั้งใหญ่ นำโดย ไบรซ์ คาวานาห์ ผู้อำนวยการฟิตเนส และ เครก โรเบิร์ตส์ ผอ.การแพทย์ รวมถึงการจัดการภาระงานนักเตะ (load management) แบบละเอียดสุด ๆ ในยุคของมาเรสก้า
เจมส์เผยเมื่อเดือนก่อนว่า:
“มีคนมากมายคอยช่วยผมอยู่เบื้องหลัง… ที่สโมสรมีคนหนึ่งที่ผมทำงานใกล้ชิดด้วย เขามีส่วนมากที่ทำให้ผมยืนระยะได้ยาวแบบนี้”
ฤดูกาลที่แล้วเชลซีลดภาระการแข่งขันของเขาให้ลงเล่นแค่สัปดาห์ละครั้ง แต่ฤดูกาลนี้เขาและเวสลี่ย์ โฟฟาน่า สามารถลง 2–3 นัดต่อสัปดาห์ได้แล้ว แบบไม่ลดคุณภาพในสนาม
แม้กระนั้น มาเรสก้ามองว่าการลงตัวจริง 4 นัดติดอาจหนักเกินไป โดยเฉพาะหลังเจมส์กรำศึกมาแล้วกับบาร์เซโลนาและเบิร์นลีย์ในสัปดาห์เดียวกัน
เจมส์ยังเพิ่งลงเล่นครบ 200 นัดให้เชลซีในเกมพบฟอเรสต์อีกด้วย ซึ่งเขายอมรับแบบมีอารมณ์ขันว่า:
“ครบ 200 นัดแล้ว—จริง ๆ ก็น่าจะถึงเร็วกว่านี้นะ!”
ผู้นำเงียบ แต่ทรงพลัง ทั้งเชลซีและทีมชาติอังกฤษ
แม้เป็นคนเงียบ ๆ แต่เจมส์คือผู้นำตัวจริง เขามักพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมแบบส่วนตัว จัดมื้ออาหารรวมทีม และใช้ เฟร์นันเดซ (รองกัปตัน) เป็นผู้นำสายดุดัน ช่วยสร้างสมดุลในห้องแต่งตัว
ฤดูกาลนี้ เจมส์เริ่มแม้กระทั่งกระตุ้นดาวรุ่งอย่าง เอสเตวาว วิลเลียน ให้เล่นดุดันขึ้นในเกมกับไบรท์ตัน และยังริเริ่มให้ทีมยืนวงกลางสนามรวมกันตอนพักครึ่ง—สัญลักษณ์ใหม่ของความเป็นหนึ่งเดียวที่ทีมต้องการมาตั้งแต่ช่วงสร้างทีมใหม่
นอกสนาม เจมส์ยังได้แรงบันดาลใจจากนักกีฬาระดับโลก เช่น
ซียา โคลิซี (กัปตันรักบี้แอฟริกาใต้) และ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์ F1
ทั้งหมดนี้คือสัญญาณบวกสำหรับทีมชาติอังกฤษในปีฟุตบอลโลก
โธมัส ทูเคิล—อดีตกุนซือเชลซีที่พาเขาคว้าแชมเปียนส์ลีก ปี 2021 และปัจจุบันเป็นกุนซืออังกฤษ—เรียกเขากลับมาติดทีมชาติในเดือนมีนาคมปีนี้ หลังหลุดมาเกือบ 2 ปีจากปัญหาบาดเจ็บและการไม่ได้ติดทีมยูโร 2024
ทูเคิลเคยบอกว่าเจมส์อยู่ใน “ระดับสูงสุด” และจากฟอร์มทั้งแบ็กขวาและมิดฟิลด์ฤดูกาลนี้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังพิสูจน์คำพูดนั้นอีกครั้ง
