เชลซีเบียดคาร์ดิฟฟ์ ทะลุตัดเชือกคาราบาว คัพ หลังเกมสุดเดือดในเวลส์
เชลซีฝ่าความกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ก่อนบุกเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ จ่าฝูงลีกวัน แบบหวุดหวิด คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึก อีเอฟแอล คัพ ได้สำเร็จ หลังเกมที่ทั้งเข้มข้นและสูสี ณ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดียม
ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มจากแฟนบอลเต็มความจุสนาม เจ้าบ้านโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจทั้งเกมรับและเกมรุก สามารถต้านทานทีมจากพรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยี่ยม และมีจังหวะบุกให้เห็นเป็นระยะในครึ่งแรกที่จบลงแบบไร้สกอร์
เอนโซ มาเรสกา กุนซือเชลซี เปลี่ยนผู้เล่นยกชุดจากเกมพรีเมียร์ลีกที่ชนะเอฟเวอร์ตันเมื่อวันเสาร์ ซึ่งถูกกลบกระแสด้วยคำให้สัมภาษณ์หลังเกมที่เขาบอกว่า 48 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นคือช่วงเวลาที่ “แย่ที่สุด” ตั้งแต่เข้ามาคุมทีม
ฟอร์มที่จืดชืดในครึ่งแรกของเชลซีไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของกุนซือชาวอิตาเลียนดีขึ้นนัก เขาจึงแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวสองรายในช่วงพักครึ่ง และหนึ่งในนั้นคือ อเลฮานโดร การ์นาโช ที่ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำ หลังแนวรับคาร์ดิฟฟ์ ดิลลัน ลอว์เลอร์ พลาดเสียบอล
อย่างไรก็ตาม ทีมของ ไบรอัน แบร์รี-เมอร์ฟี ไม่ยอมง่าย ๆ และตามตีเสมอได้สำเร็จจากลูกโหม่งสุดเฉียบของ เดวิด เทิร์นบูลล์ จากการเปิดบอลที่สวยงามของ เพอร์รี เอ็นจี จุดชนวนเสียงเฮสนั่นทั้งสนาม
แต่ความดีใจของเจ้าบ้านอยู่ได้ไม่นาน เมื่อ เปโดร เนโต้ ตัวสำรองของเชลซี ซัดบอลเรียดแรงซึ่งแฉลบเปลี่ยนทางเข้าไป กลายเป็นประตูขึ้นนำอีกครั้ง
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ การ์นาโช มาบวกประตูที่สองของตัวเอง ปิดกล่องให้เชลซีคว้าชัยชนะไปในที่สุด
แม้บรรยากาศในสนามจะเงียบลงชั่วคราวจากประตูเหล่านั้น แต่คาร์ดิฟฟ์สามารถภูมิใจกับผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อกรกับทีมระดับท็อป ขณะที่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการเลื่อนชั้นกลับสู่แชมเปียนชิพให้ได้โดยเร็ว
สำหรับเชลซี นี่คือผลการแข่งขันที่ช่วยคลายความกดดันให้มาเรสกาได้บ้าง แม้รูปเกมจะยังไม่น่าประทับใจนัก โดยพวกเขาจะรู้คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศหลังการจับสลากในวันพุธ
วิเคราะห์เชลซี: ชัยชนะช่วยพยุงสถานการณ์ของมาเรสกา
มาเรสกาตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังคำพูดปริศนาของเขากลายเป็นประเด็นร้อนทั้งหลังเกมเอฟเวอร์ตันและก่อนเกมนี้ ซึ่งเจ้าตัวแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อถูกถามซ้ำในงานแถลงข่าวก่อนแข่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งรบกวนเหล่านั้นยังไม่มากพอจะทำให้เชลซีสะดุด
แม้จะเปลี่ยนทีมถึง 11 ตำแหน่งจากเกมลีก แต่เชลซียังจัดทัพแข็งแกร่ง โดยมีชื่อของ มอยเซส ไกเซโด้ มิดฟิลด์ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ กลับมาลงสนาม ขณะที่ม้านั่งสำรองมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านปอนด์
ไม่พอใจกับฟอร์มครึ่งแรก มาเรสกาส่ง การ์นาโช และ เจา เปโดร ลงมา ซึ่งช่วยยกระดับเกมรุกทันที โดยการ์นาโชบังคับให้ นาธาน ทร็อตต์ นายด่านคาร์ดิฟฟ์ ต้องออกแรงเซฟ
อดีตปีกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่พลาดในจังหวะต่อมา เมื่อจบสกอร์อย่างเด็ดขาดจากการจ่ายของ ฟากุนโด บวนาน็อตเต หลังลอว์เลอร์พลาดอีกครั้ง
แม้เชลซีจะถูกตีเสมอ แต่พวกเขาตอบสนองได้ดี และกลับมานำอีกครั้งจากลูกยิงของเนโต้ ก่อนที่การ์นาโชจะยิงปิดท้ายในช่วงท้ายเกม
ชัยชนะครั้งนี้อาจดูหรูเกินจริงจากรูปเกม แต่เชลซีก็สมควรเป็นผู้ชนะ และขยับเข้าใกล้การคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
วิเคราะห์คาร์ดิฟฟ์: จ่าฝูงลีกวันโชว์ของจริง
สำหรับแฟนบอลที่ยังไม่เคยเห็นคาร์ดิฟฟ์ในฤดูกาลนี้ คงต้องอึ้งกับฟอร์มที่เห็น
ภาพฟุตบอลสไตล์เน้นพละกำลังและบอลยาวแบบยุค นีล วอร์น็อค หรือ มิก แม็คคาร์ธี หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยฟุตบอลเกมรุกเน้นการครองบอล โดยทีมหนุ่มที่เต็มไปด้วยแข้งจากอคาเดมีของสโมสร
แม้จะลงเล่นในลีกวันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี แต่ฤดูกาลนี้กลับเต็มไปด้วยความสุข หลังจากหลงทางในแชมเปียนชิพมานาน
พวกเขาเคยโค่นทั้งเบิร์นลีย์จากพรีเมียร์ลีก และเร็กซ์แฮม คู่แข่งร่วมเวลส์มาแล้ว รอบนี้จึงเป็นบททดสอบกับ “ของจริง” อย่างเชลซี
และคาร์ดิฟฟ์ก็สอบผ่านแบบน่าชื่นชม ทั้งวินัยเกมรับ การเพรสซิ่งเป็นทีม และการสร้างปัญหาให้คู่แข่ง
คัลลัม โรบินสัน และ เทิร์นบูลล์ มีโอกาสยิงตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่ อิซัค เดวีส์ สร้างความปั่นป่วนทางฝั่งซ้าย จนผู้รักษาประตูเชลซี ฟิลิป ยอร์เกนเซน ต้องออกแรง
ประตูตีเสมอจากเทิร์นบูลล์ คือรางวัลจากความพยายาม และแม้ปาฏิหาริย์ล้มยักษ์จะไม่เกิดขึ้น แต่ฟอร์มการเล่นเต็มไปด้วยคุณภาพและหัวใจ ได้ยกระดับชื่อเสียงของนักเตะทุกคน รวมถึงกุนซือ แบร์รี-เมอร์ฟี แบบเต็ม ๆ
