แนนซีโต้กระแสกดดัน ยืนหยัดปกป้องตัวเอง ท่ามกลางไฟเดือดโอลด์เฟิร์ม
วิลฟรีด แนนซี รู้ดีว่า หากเขาไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้ทันที “ปัญหาใหญ่” ย่อมตามมา
การต้องรับแรงกดดันถือเป็นเรื่องปกติของกุนซือในศึกโอลด์เฟิร์ม และตอนนี้กุนซือเซลติกอย่าง แนนซี ก็กำลังเผชิญกับแรงเสียดทานรอบด้าน ก่อนเกมดาร์บี้แมตช์จะมาถึง
เพียงแค่ 4 สัปดาห์หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมถาวรแทน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แนนซีพาทีมแพ้ไปแล้วถึง 5 จาก 7 นัด ทำให้เขาเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะจากแฟนบอลของตัวเอง
หลังจากแพ้ให้กับ ฮาร์ตส์ และ ดันดี ยูไนเต็ด ในลีก, โรม่า ในยูโรปาลีก และ เซนต์ เมียร์เรน ในนัดชิงถ้วย พรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ ชัยชนะติดต่อกันเหนือ อเบอร์ดีน และ ลิฟวิงสตัน ดูเหมือนจะช่วยพยุงสถานการณ์ได้บ้าง
แต่ล่าสุด เซลติกกลับโดน มาเธอร์เวลล์ เล่นงานแบบสู้ไม่ได้ แพ้ 0-2 อย่างหมดรูป และเสียงไม่พอใจจากแฟนบอลทีมเยือนที่เฟิร์มพาร์กก็ดังตลอดทั้งเกม
ปัจจุบัน เซลติกตามหลังจ่าฝูงอย่างฮาร์ตส์อยู่ 3 คะแนน และหากเรนเจอร์สบุกชนะที่พาร์คเฮดได้ พวกเขาจะมีแต้มเท่ากันที่ 38 คะแนน
ก่อนดาร์บี้นัดแรกของตัวเอง แนนซีแถลงข่าวอย่างดุเดือด พร้อมออกโรงปกป้องทั้งตัวเองและทีม โดยมีคำตอบหนึ่งที่ยาวถึง 7 นาที จนประเด็นเรื่องเกมแทบกลายเป็นเรื่องรอง
“ผมรู้ว่างานของพวกคุณคือการตั้งคำถาม หรือบางทีก็เหมือนโจมตีผม ซึ่งผมไม่มีปัญหา งานของผมคือการเป็นโค้ช” แนนซีกล่าว
“ถ้าจะตัดสินผมตอนนี้ก็ทำได้เลย ผมไม่ปฏิเสธว่าผลงานยังไม่เป็นไปตามที่ต้องการ นั่นคือความจริง”
เขาขอเวลาในการทำทีม แต่ก็ยอมรับทันทีว่างานนี้ “เวลา” เป็นสิ่งที่หาได้ยาก
“นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น ปกติเราจะมีปรีซีซั่น 4-5 สัปดาห์ แต่ผมไม่มีสิ่งนั้น
ก่อนมาที่นี่ ผมรู้ดีว่า ถ้าไม่ชนะ ผมก็จะเจอปัญหา นี่คือส่วนหนึ่งของงาน และผมก็ยอมรับมัน”
‘ผมต้องการเวลา’ – คำขอของแนนซีก่อนศึกโอลด์เฟิร์ม
ชัยชนะวันเสาร์นี้อาจเปลี่ยนทุกอย่าง และเซลติกยังมีโอกาสไปถึงตำแหน่งแชมป์ในเดือนพฤษภาคม
แต่ถ้าแพ้ กระแสกดดันจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า
แนนซีเข้ามารับงานในช่วงที่แฟนบอลเซลติกไม่พอใจกับบอร์ดบริหาร จากการลงทุนที่ถูกมองว่าน้อยเกินไป จนทีมตกรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก และออกสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ดี
ร็อดเจอร์สลาออกปลายเดือนตุลาคม ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากผู้ถือหุ้นใหญ่ เดอร์ม็อต เดสมอนด์ ว่าเป็นพฤติกรรมที่ “สร้างความแตกแยกและเห็นแก่ตัว”
มาร์ติน โอนีลล์ เข้ามาคุมทีมชั่วคราว และพาทีมชนะ 7 จาก 8 นัด สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา ก่อนที่แนนซีจะเปลี่ยนระบบจาก 4-3-3 มาเป็น 3-4-3
“ถ้าคุณดูแนวทางของผม คุณจะเห็นว่าเรายังไปไม่ถึงจุดที่ผมต้องการ”
“ถ้าคุณอดทนได้—แม้ผมรู้ว่างานนี้ไม่เอื้อให้ใครอดทน—คุณจะเห็นศักยภาพของทีม”
‘แพ้ไม่กี่นัด เหมือนเราตกชั้น’
แนนซียอมรับเสียงวิจารณ์ทั้งหมด แต่ยืนยันว่าเขา “เจ็บปวด” เพราะนักเตะบางคนยังไม่พร้อมทำในสิ่งที่เขาต้องการ
“ผมรู้ว่าเราสามารถเล่นให้ดีกว่านี้ได้ แต่ผู้เล่นบางคนยังไม่พร้อม”
“ฟุตบอลมันโหด คุณแพ้ คุณโดนสับ คุณชนะ ทุกอย่างก็เงียบ”
แม้แฟนบอลจะแสดงความไม่พอใจ เขาก็เข้าใจดี
“ผมเข้าใจวัฒนธรรมของเซลติกดี ผมไม่ชอบสัญญาอะไรลอย ๆ
สิ่งเดียวที่ผมสัญญาได้ คือผมจะทำงานให้สม่ำเสมอที่สุด
เราอยู่อันดับสอง ไม่ใช่อันดับสุดท้าย ฤดูกาลยังอีกยาว”
‘ผมไม่ใช่โค้ชหลังห้า’
แนนซีปฏิเสธเสียงวิจารณ์เรื่องแท็กติก โดยชี้ว่า จาก 15 ประตูที่เสีย มีเพียงลูกเดียวที่เกิดจากปัญหาระบบ
“ผมวิเคราะห์ทุกประตูที่เสีย และมันไม่ใช่ปัญหาที่ระบบ
ส่วนใหญ่เราเสียจากลูกตั้งเตะ”
เขายังโต้ชัดเจนว่าไม่ได้เล่นระบบหลังห้าอย่างที่ถูกกล่าวหา
“ผมไม่เคยบอกว่าผมเป็นโค้ชหลังห้า
บางจังหวะมันอาจดูเหมือนหลังห้า หลังหก แต่นั่นคือสถานการณ์ในเกม
ผมใช้หลังสี่ หลังสาม หรือแม้แต่หลังสองก็ได้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
