แท็กติกเปลี่ยนเกม โรบินสันเบื้องหลังแชมป์แรกในประวัติศาสตร์สโมสร
เช้าวันแห่งหนึ่งที่กลายเป็นวันยิ่งใหญ่ที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเซนต์ เมียร์เรน สตีเฟน โรบินสัน ทำให้นักเตะของเขาน้ำตาคลอ
กุนซือผู้ซึ่งกำลังจะถูกจารึกชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของสโมสรแห่งเพสลีย์ ได้รวบรวมข้อความ ความรู้สึก และกำลังใจจากครอบครัวของนักเตะทุกคน เพื่อปลุกเร้าทีมก่อนลงเล่นนัดชิงชนะเลิศศึกพรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ พบกับเซลติก
ข้อความเดียวที่ชัดเจนคือ
“นี่แหละ…เหตุผลที่พวกคุณกำลังทำสิ่งนี้อยู่”
มิเกล เฟร็กเคิลตัน กองหลังของทีม เล่าว่า
“ก่อนเกม ผู้จัดการทีมเปิดวิดีโอที่รวมภาพครอบครัวของพวกเรา ทุกคนซึ้งมาก ไม่มีใครรู้มาก่อน”
“เขาเปิดรูปครอบครัวของแต่ละคน ทุกคนเตรียมใจไว้แล้ว มันซึ้งจริง ๆ และมันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราอย่างมาก”
ขณะที่ คอเนอร์ แม็คเมนามิน แซวติดตลกว่า
“ผมไม่คิดว่ามันช่วยกระตุ้นนะ…พวกเรานั่งเศร้ากันทั้งคันรถบัส!”
กัปตันทีมที่บาดเจ็บอย่าง มาร์ก โอฮารา ยอมรับตรง ๆ
“มีน้ำตาอยู่พอสมควรเลย”
ภาพนี้สะท้อนตัวตนของโรบินสันได้ดีที่สุด แม้เขาจะรู้จักลูกทีมเป็นอย่างดี แต่ก็ยังหาวิธีเซอร์ไพรส์พวกเขาได้ในวันที่สำคัญที่สุด
ก่อนเกมจะเริ่ม เซนต์ เมียร์เรน เดินไปขอบคุณแฟนบอลด้วยท่าทีที่บ่งบอกว่า พวกเขารู้ว่านี่คือวันของพวกเขา และเพียง 22 นาทีต่อมา มาร์คัส เฟรเซอร์ ก็โหม่งให้ทีมขึ้นนำ
“เรารู้สึกได้เลยตลอดทั้งสัปดาห์” เฟร็กเคิลตันกล่าว
“เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ผู้จัดการทีมคู่แข่งเพิ่งเข้ามา ความผูกพันอาจยังไม่เกิด แต่เรามีสิ่งนั้น”
โจนาห์ อายุนกา ฮีโร่สองประตูของเกม เผยว่า
“เราเจอแฟนบอลตอนแจกลายเซ็นปฏิทิน ทั้งสัปดาห์พวกเขาพูดถึงแต่เกมนี้ การได้เล่น แถมยังได้แชมป์และยิงประตูได้ มันสมบูรณ์แบบสุด ๆ”
“ดีใจที่แท็กติกมันเวิร์ก…สักที”
ไม่ใช่วันทำงานที่หนักที่สุด แต่เป็นวันที่ได้ผลตอบแทนสูงที่สุด
ในรอบรองฯ กับมาเธอร์เวลล์ แฟนบอลชูแบนเนอร์คำว่า ‘Faith over fear’ และในวันอากาศหม่นที่แฮมป์เดน เซนต์ เมียร์เรนก็แสดงให้เห็นถึงศรัทธาเต็มหัวใจ
โรบินสันอธิบายว่า
“ถ้าคุณเล่นด้วยความกลัว แปลว่าคุณไม่เป็นระเบียบ และไม่เชื่อในตัวเอง เราบอกนักเตะให้มีศรัทธา คุณแข็งแกร่ง เร็ว และเก่งพอจะสร้างปัญหาให้คู่แข่ง”
หลังจบครึ่งแรกที่ถูกกดดันและโดน เรโอะ ฮาตาเตะ ยิงตีเสมอ หลายคนคาดว่าเซนต์ เมียร์เรนจะถอยตั้งรับ แต่โรบินสันเลือก เขียนบทใหม่
“ผมไม่พอใจกับ 20 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เราเปลี่ยนให้ คีอานู แบ็กคัส ตามประกบ คัลลัม แม็คเกรเกอร์ และให้กองหน้าสองคนไล่กดดันเซ็นเตอร์แบ็กด้านนอก”
“เราปล่อยตัวกลางให้ครองบอล แล้วค่อยเพรสจากจุดนั้น ผมรู้ว่าเราจะได้จังหวะสวนกลับเยอะ และก็ดีใจที่แท็กติกมันได้ผล…สักที”
“นี่คือไอซิ่งบนเค้ก”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โรบินสันพาทีมชนะเกมใหญ่ แต่คือชัยชนะที่สำคัญที่สุด
แดนนี เลนนอน กุนซือแชมป์ลีกคัพปี 2013 กล่าวว่า โรบินสันวางรากฐานให้ยุคทองของสโมสร
สามฤดูกาลติดในท็อปซิกซ์ และกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปในรอบ 37 ปี แต่เขาต้องการ “ถ้วยแชมป์” เป็นเครื่องยืนยัน
โรบินสันเคยพาแม่เธอร์เวลล์เข้าชิงที่แฮมป์เดนมาแล้วสองครั้ง และแพ้เซลติกทั้งคู่
ครั้งที่สาม…เขาไม่พลาด
“นี่คือครั้งหนึ่งในชีวิต” อายุนกากล่าว
“ผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 17 เกือบ 30 แล้ว นี่คือโอกาสแรกที่ได้คว้าแชมป์ ผู้จัดการทีมสมควรได้รับมัน”
แม็คเมนามินเสริมว่า
“เรามาที่นี่ด้วยความเชื่อ เราสมควรได้ชูถ้วย มันคือสิ่งเดียวที่ทีมนี้ยังไม่มี และตอนนี้ เราจะถูกจดจำไปตลอดกาล”
และแน่นอน…ทีมนี้จะถูกพูดถึงไปอีกนานในเพสลีย์
ส่วนโรบินสัน? แฟนบอลคงไม่ยอมให้เขาจ่ายค่าเบียร์เองอีกแล้ว
