บรรยากาศลูกหนังสเปนร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อ ชาบี อลอนโซ่ กุนซือคนดัง ออกโรงปกป้องลูกทีมอย่างตรงไปตรงมา หลังไม่พอใจคำพูดของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่ถูกมองว่า “ล้ำเส้น” และพาดพิงถึง วินิซิอุส จูเนียร์ ในเชิงดูหมิ่น จนกลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่แฟนบอลทั่วทั้งยุโรป
อลอนโซ่ลั่นชัด ปัญหาไม่ใช่ฝีเท้า แต่คือคำพูด
อลอนโซ่ให้สัมภาษณ์หลังเกมล่าสุด โดยย้ำว่าฟุตบอลควรถูกตัดสินกันในสนาม ไม่ใช่ด้วยวาทะหรือคำพูดที่สร้างความแตกแยก พร้อมชี้ว่าการออกมาโจมตีนักเตะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่ตกเป็นเป้าการยั่วยุมาอย่างต่อเนื่องอย่างวินิซิอุส
“เราควรพูดถึงแท็กติก เกม และผลงาน ไม่ใช่ใช้คำพูดกดหรือดูถูกนักเตะ มันไม่ช่วยให้ฟุตบอลดีขึ้นเลย”
— อลอนโซ่ กล่าว
วินิซิอุสในสายตาอลอนโซ่ นักสู้ ไม่ใช่ตัวปัญหา
อลอนโซ่มองว่า วินิซิอุสเป็นนักเตะที่แสดงอารมณ์ร่วมกับเกมสูง มีความมุ่งมั่น และทุ่มเททุกครั้งที่ลงสนาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของฟุตบอลระดับสูง แต่กลับถูกขยายความจนกลายเป็นภาพลบ
กุนซือชาวสเปนยังเสริมว่า นักเตะวัยรุ่นรายนี้ต้องรับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากคู่แข่ง แฟนบอลฝั่งตรงข้าม และบางครั้งจากคำพูดของบุคคลระดับผู้นำในวงการ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
ซิเมโอเน่เงียบ แต่ไฟลามทั้งลีก
แม้ฝั่งซิเมโอเน่จะยังไม่มีการตอบโต้โดยตรง แต่กระแสในโลกออนไลน์กลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แฟนบอลจำนวนมากมองว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม และอาจยิ่งทำให้บรรยากาศการแข่งขันในเกมใหญ่ โดยเฉพาะศึกดาร์บี้แมตช์ ตึงเครียดกว่าเดิม
แฟนบอลแบ่งฝักฝ่าย ศึกนอกสนามเริ่มก่อนเตะจริง
กระแสตอบรับจากแฟนบอลถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง บางส่วนเห็นด้วยกับอลอนโซ่ที่ปกป้องลูกทีมอย่างมืออาชีพ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าฟุตบอลคือเกมอารมณ์ และคำพูดของซิเมโอเน่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสงครามจิตวิทยา
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ประเด็นนี้ทำให้ไฟแห่งความดุเดือดก่อนเกมใหญ่ถูกจุดขึ้นเรียบร้อย แม้เสียงนกหวีดยังไม่ดัง แต่ศึกวาทะได้เริ่มต้นไปแล้ว
สรุปสถานการณ์
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ได้แข่งกันแค่ในสนาม แต่ยังรวมถึงคำพูด ทัศนคติ และความรับผิดชอบของบุคคลในวงการ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของลีกและนักเตะ
