“ผมยังคิดถึงพรีเมียร์ลีก” – โปเช็ตติโน่พูดตรงถึงอนาคตและฟุตบอลสหรัฐฯ
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) อดีตกุนซือของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยอมรับว่าเขา “คิดถึงพรีเมียร์ลีก” และอยากกลับมาทำงานในอังกฤษอีกครั้งในอนาคต
ปัจจุบัน โปเช็ตติโน่ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่ประเทศสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก
“พรีเมียร์ลีกคือที่ที่ดีที่สุดในโลก”
โปเช็ตติโน่ ซึ่งเคยคุมทีมในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 3 ช่วงกับ เซาธ์แฮมป์ตัน, สเปอร์ส และเชลซี กล่าวว่า
“พรีเมียร์ลีกคือลีกที่ดีที่สุดในโลก แน่นอนว่าผมคิดถึงมันมาก ผมมีความสุขดีกับชีวิตในอเมริกา แต่ในใจก็ยังคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งอยากกลับไปทำงานในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เพราะมันคือเวทีที่แข่งขันกันเข้มข้นที่สุดในโลก”
นอกจากการคุมทีมในอังกฤษ เขายังเคยใช้เวลา 18 เดือนในฝรั่งเศสกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงและฟุตบอลถ้วยฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางส่วนชี้ว่าเขายังขาด “เกียรติยศระดับใหญ่” ที่จะตอกย้ำความสำเร็จในอาชีพโค้ช
“ที่สเปอร์สเรามาได้ไกลมาก…แต่ยังขาดอีกแค่ก้าวเดียว”
โปเช็ตติโน่ใช้เวลา 5 ปีในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (ปี 2014–2019) และพาทีมสร้างผลงานยอดเยี่ยมหลายครั้ง ทั้งรองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-17 เข้าชิงลีกคัพในปี 2015 และพาทีมทะลุเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 2019
“ผมรู้สึกว่าเรามาใกล้มากแล้วกับการคว้าแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก ตอนนั้นเราราวกับ ‘เกือบแตะมันได้’ และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำให้สำเร็จในอนาคต”
โปเช็ตติโน่ยังเผยว่า เขายังติดต่อกับ แดเนียล เลวี่ อดีตประธานสโมสรสเปอร์สอยู่เสมอ
กล่าวถึงการอำลาของแดเนียล เลวี่
แดเนียล เลวี่ วัย 63 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริหารของสเปอร์สมานานถึง 24 ปี ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยในยุคนั้นสโมสรคว้าแชมป์ลีกคัพปี 2008 และยูโรป้าลีกในปี 2025 พร้อมกับสร้างสนามใหม่สุดทันสมัย
โปเช็ตติโน่กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
“ผมประหลาดใจมากเมื่อรู้ว่าเขาลาออก มรดกที่เขาทิ้งไว้กับสโมสรนั้นยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่เขาทำให้สเปอร์สมันน่าทึ่งจริงๆ”
“ระหว่างที่ผมคุมทีมและหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของเราก็ดีเสมอ เขาเป็นคนสำคัญมาก เพราะเขาให้โอกาสผมได้คุมทีมอย่างท็อตแน่ม สโมสรที่ยอดเยี่ยมและมีแฟนบอลที่มหัศจรรย์ที่สุดทีมหนึ่งในโลก”
“ภาษาฟุตบอลมีเพียงภาษาเดียว” – ประสบการณ์ใหม่ในทีมชาติสหรัฐฯ
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 โปเช็ตติโน่ได้รับแต่งตั้งให้คุมทีมชาติสหรัฐฯ เพื่อลุยฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาพาทีมชนะ 11 จาก 20 นัด แต่ก็แพ้ให้กับทีมอย่าง เม็กซิโก (สองครั้ง), ปานามา, แคนาดา, ตุรกี, สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้เขาโดนวิจารณ์ไม่น้อย
ยังมีรายงานว่า โปเช็ตติโน่ต้องเจอกับความท้าทายในการ “เปลี่ยนวัฒนธรรมและทัศนคติ” ของนักเตะอเมริกัน รวมถึงความไม่พอใจที่บางครั้งแฟนทีมเยือนในสนามมีจำนวนมากกว่าแฟนเจ้าบ้านของสหรัฐฯ เอง
“ทีมชาติไม่เหมือนสโมสร”
โปเช็ตติโน่พูดถึงความแตกต่างของการคุมทีมชาติว่า
“ความเข้มข้นต่างกันมาก คุณมีเวลาเตรียมทีมแค่ไม่กี่วันก่อนลงเล่น แล้วต้องกลับมารวมทีมอีกครั้งในอีกหลายเดือนต่อมา”
“หลังจากเดือนพฤศจิกายนนี้ เราจะไม่มีแมตช์อีกเลยจนถึงเดือนมีนาคม ในฐานะโค้ช คุณจะรู้สึกเหมือน ‘ว่างเปล่า’ เพราะหลังจบเกมที่สอง คุณไม่สามารถติดต่อหรือฝึกซ้อมกับนักเตะได้อีก”
“เมสซี่เปลี่ยนภาพลักษณ์ฟุตบอลในอเมริกา”
โปเช็ตติโน่กล่าวถึงพัฒนาการของฟุตบอลในสหรัฐฯ ว่า
“ฟุตบอลที่นี่พัฒนาอย่างมากตั้งแต่มีเมสซี่มาเล่นในเมเจอร์ลีก เด็กๆ ในอเมริกาหลายคนที่เคยอยากเป็นนักบาส หรืออเมริกันฟุตบอล ตอนนี้เริ่มอยากเป็นนักฟุตบอลมากขึ้น”
เขายังเสริมอย่างติดตลกว่า
“ทางสมาคมบอกผมให้ใช้คำว่า ‘ซ็อกเกอร์’ แทนคำว่า ‘ฟุตบอล’ เพื่อไม่ให้คนสับสน แต่สำหรับผม ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ภาษาของฟุตบอลก็มีเพียงภาษาเดียว”
โปเช็ตติโน่สรุปว่า
“แรงจูงใจของผมยังคงมหาศาล แม้บางครั้งผู้คนอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เราพยายามสร้าง แต่เรากำลังก้าวไปข้างหน้า ผมบอกทุกคนเสมอว่า ฟุตบอลคือภาษาเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นอเมริกัน บราซิเลียน หรืออังกฤษ หากคุณต้องการชนะ คุณต้องเรียนรู้วิธีแข่งขันในแบบเดียวกัน”
