อาโมริมปกป้องเซสโก้! ชี้แม้เป็นคนเจ้าระเบียบแต่ไม่ควรสนคำวิจารณ์
รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า เบนจามิน เซสโก้ (Benjamin Sesko) ศูนย์หน้าค่าตัว 73.7 ล้านปอนด์ของทีม ยังอยู่ในช่วงปรับตัวและมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นในช่วงเริ่มต้นซีซั่น แต่ขอให้เจ้าตัว “อย่าเก็บคำวิจารณ์มาใส่ใจ” โดยเฉพาะเสียงจากอดีตตำนานสโมสร
ฟอร์มยังไม่เข้าที่ – ยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 11 นัด
เซสโก้ วัย 22 ปี ย้ายจาก อาร์เบ ไลป์ซิก มาอยู่กับยูไนเต็ดเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา และยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 11 นัด ซึ่งลูกล่าสุดต้องย้อนกลับไปถึงเกมพบ ซันเดอร์แลนด์ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม
ผลงานล่าสุดในเกมกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ทำให้ แกรี่ เนวิลล์ อดีตกัปตันทีมยูไนเต็ด วิจารณ์ตรงๆ ว่า
“เขายังห่างไกลมากจากมาตรฐานของกองหน้าใหม่อย่าง มาตheus คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบวโม่”
อาโมริมยอมรับว่าคำพูดนั้น “ไม่ผิดนัก” แต่ขาดบริบทสำคัญ เพราะเซสโก้ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกที่โหดกว่าบุนเดสลีกามาก
“ผมเข้าใจสถานการณ์ดี — เขายังไม่มีประสบการณ์ในอังกฤษ และธรรมดาที่จะเจอกับความยากลำบากในช่วงแรก”
“เขายังอายุน้อย เพิ่งใช้เวลาสองปีในเยอรมนี แล้วก็ต้องมาเจอกับสโมสรที่ความคาดหวังสูงที่สุดในโลก”
“เขาเป็นพวกควบคุมทุกอย่าง – แต่ฟุตบอลควบคุมไม่ได้ทั้งหมด”
อาโมริมเผยว่า เซสโก้เป็นนักเตะที่ขยันและมีวินัยสูง แต่บางครั้งก็ “หมกมุ่นกับการควบคุมทุกอย่างมากเกินไป”
“เบนเป็นคนที่ผมเรียกว่า Control Freak เขาอยากควบคุมทุกอย่าง แต่ฟุตบอลมันไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป”
“เขามีศักยภาพมากกว่าที่ผมคิดไว้ด้วยซ้ำ แต่เราต้องเข้าใจในสิ่งที่เขาชอบ และปรับให้เข้ากับระบบของทีมไปพร้อมกัน”
แหล่งข่าวภายในเผยว่า เซสโก้มักมาถึงสนามซ้อมที่คาร์ริงตันก่อนเวลาเกือบ 90 นาที และกลับหลังเพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่ โดยใช้เวลาเปรียบเทียบระดับฟอร์มของตัวเองกับมาตรฐานที่สโมสรต้องการอยู่เสมอ
อาโมริมยืนยันว่า สโมสรยังมั่นใจว่า “ตัดสินใจถูกแล้ว” ที่เลือกซื้อเซสโก้ แม้จะส่ง ราสมุส ฮอยลุนด์ ไปให้ นาโปลี ยืมตัว ซึ่งดาวรุ่งเดนมาร์กยิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 9 นัดในอิตาลี
“ผมไม่กังวลเลย เซสโก้จะเป็นกองหน้าระยะยาวของเรา เขายังต้องเจอกับความยากลำบากบ้าง แต่นั่นคือส่วนหนึ่งของเส้นทางนักเตะระดับโลก”
อาโมริมยอมรับ “โชคดีที่บอร์ดยังหนุนหลัง”
ยูไนเต็ดเตรียมลงสนามพบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเป็นการรีแมตช์หลังแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรป้าลีก ที่เมืองบิลเบา เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จากประตูชัยของ เบรนแนน จอห์นสัน
แม้สเปอร์สจะคว้าแชมป์ แต่สุดท้ายกลับปลด อังเก้ ปอสเตโคกลู ออกจากตำแหน่ง และต่อมาเจ้าตัวก็ถูก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไล่ออกเช่นกัน
ขณะเดียวกัน อาโมริมเพิ่งคุมยูไนเต็ดครบ 1 ปีเต็ม และจะลงคุมทีมเป็นเกมที่ 38 ในพรีเมียร์ลีก — แต่ผลงานในลีกยังน่าผิดหวัง ชนะเพียง 12 นัด
ถึงอย่างนั้น เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของสโมสร ออกมาหนุนหลัง โดยยืนยันว่าอาโมริม “อาจต้องใช้เวลา 3 ปี” เพื่อปรับสไตล์ให้ทีมเข้าที่
“ผมถือว่าโชคดีมากที่ยังได้อยู่ตรงนี้” อาโมริมกล่าว
“คุณลองดูสิ มีโค้ชที่พาทีมได้แชมป์ยุโรปแล้วยังถูกปลด ส่วนผมยังอยู่ — นั่นแปลว่าผู้บริหารมองไกลกว่าแค่ผลลัพธ์ระยะสั้น”
“บางครั้ง การคิดเพื่ออนาคตและสร้างทีมให้แข็งแกร่งระยะยาวสำคัญกว่าการชนะวันนี้ และผมคิดว่ามันคือแนวทางที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังเลือกเดินอยู่”
สรุป
- อาโมริม ยอมรับว่า เซสโก้ ยังไม่สามารถปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้เต็มที่
- เชื่อว่าเสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติของนักเตะใหม่ในสโมสรใหญ่
- ยืนยันว่ายูไนเต็ดจะอดทนกับกระบวนการพัฒนา และเซสโก้จะกลายเป็นหัวหอกหลักของทีมในระยะยาว
- พร้อมหนุนลูกทีมให้ผ่านช่วง “ขรุขระ” ของอาชีพไปให้ได้
“ทุกอย่างที่เป็นความจริงในวันนี้ อีกสามสัปดาห์ข้างหน้ามันอาจกลายเป็นเรื่องโกหกก็ได้”
— รูเบน อาโมริม
