เกมโกลาหล! ซันเดอร์แลนด์ป่วนอาร์เซน่อลจนเครื่องสะดุดในศึกใหญ่
ตลอดช่วงต้นฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล ดูเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีใครหยุดได้
พวกเขาบุกมาเยือน ซันเดอร์แลนด์ ในวันเสาร์ด้วยเป้าหมายคว้าชัยเป็นเกมที่ 11 ติดต่อกัน และรักษาสถิติไม่เสียประตูเป็นเกมที่ 9 ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ซึ่งหากชนะจะหนีห่างจ่าฝูงถึง 8 แต้ม
แต่ทีม “แมวดำ” ของ เรจิส เลอ บรีส์ (Regis Le Bris) กลับมีแผนการที่แยบยลและหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง จนสามารถหยุดความร้อนแรงของจ่าฝูงได้ด้วยผลเสมอสุดดราม่า 2-2 ที่สนาม สเตเดียม ออฟ ไลท์
ซันเดอร์แลนด์จบสถิติชนะรวดของอาร์เซน่อล
เกมนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นตั้งแต่ต้น
เจ้าบ้านออกนำก่อนจากลูกยิงของ แดน บอลลาร์ด (Dan Ballard) อดีตกองหลังเยาวชนอาร์เซน่อล ก่อนที่ “ปืนใหญ่” จะกลับมาพลิกนำ 2-1 ในครึ่งหลัง
แต่แล้วในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 ไบรอัน บร็อบบี้ (Brian Brobbey) กลายเป็นฮีโร่ ซัดประตูตีเสมอสุดมัน ส่งแฟนบอลเจ้าถิ่นระเบิดเสียงเฮทั่วสนาม และหยุดสถิติอันสมบูรณ์แบบของอาร์เซน่อลไว้เพียงเท่านั้น
“ป้ายโฆษณา” กลายเป็นอาวุธลับ – แผนขัดจังหวะเกมแบบละเอียด
สิ่งที่หลายคนพูดถึงหลังเกม คือ “ลูกเล่นทางแท็กติก” ที่ซันเดอร์แลนด์นำมาใช้เพื่อตัดจุดแข็งของอาร์เซน่อล
เลอ บรีส์ ให้ลูกทีม ขยับป้ายโฆษณารอบสนามเข้ามาใกล้เส้นข้างมากกว่าปกติ เพื่อจำกัดระยะการทุ่มบอลไกลของฝั่งทีมเยือน ซึ่งฤดูกาลนี้กลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของอาร์เซน่อล
“เราพยายามหาทุกรายละเอียดที่จะช่วยให้ทีมมีโอกาสชนะ” เลอ บรีส์ กล่าวหลังเกม
“อาร์เซน่อลอันตรายมากจากลูกตั้งเตะและการทุ่มไกล ดังนั้นเราต้องจัดการให้ดีที่สุด และสุดท้ายเราก็ทำให้เกมมันสมดุลขึ้นได้จริงๆ”
ผลคือ อาร์เซน่อลได้เตะมุมเพียง 2 ครั้ง ตลอดทั้งเกม — เท่ากับเจ้าถิ่นซันเดอร์แลนด์
“โกลาหล” คือกลยุทธ์ – เล่นเร็ว บีบหนัก และไม่ยอมถอย
ไม่ใช่แค่แท็กติก แต่ยังรวมถึง “หัวจิตหัวใจ” ที่ทำให้ซันเดอร์แลนด์ได้ผลลัพธ์นี้
นำโดยกัปตันทีมจอมเก๋า กรานิต ชาก้า (Granit Xhaka) อดีตมิดฟิลด์ของอาร์เซน่อล ทีมเล่นด้วยความดุดัน บีบเร็วทุกจังหวะ และไม่ปล่อยให้ทีมเยือนได้คุมเกมแบบถนัด
แม้จะโดนพลิกนำ แต่ “แมวดำ” ยังไม่ยอมแพ้และเปิดเกมรุกต่อเนื่องจนได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลา ซึ่งกลายเป็น ประตูช่วง 90+ นาทีลูกที่ 5 ของทีมในฤดูกาลนี้ — มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก
มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล กล่าวหลังเกมว่า
“เรารู้ว่าพวกเขามีจุดแข็งเรื่องลูกตั้งเตะและบอลยาว ซึ่งสุดท้ายเราก็โดนแบบนั้นจริงๆ”
“หลังจากนั้นเราคุมเกมได้ดี ยิงสองประตู แต่ในพรีเมียร์ลีก แค่ลูกฟาวล์หรือบอลทุ่ม ก็สามารถสร้างความวุ่นวายได้เสมอ”
ซันเดอร์แลนด์ – ทีมที่ “ไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย”
ประตูตีเสมอของบร็อบบี้ ทำให้อาร์เซน่อลเสียประตูในช่วง 90 นาทีขึ้นไปเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 (เกมที่โดน จอห์น สโตนส์ ของแมนฯ ซิตี้ ยิงในนาที 90+8)
ส่วนประตูแรกของบอลลาร์ด คือการหยุดสถิติไม่เสียประตูของอาร์เซน่อลไว้ที่ 812 นาทีติดต่อกัน และยังเป็นครั้งแรกตั้งแต่พฤษภาคม 2023 ที่พวกเขาไม่สามารถชนะทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นได้
“หัวใจนักสู้” ของอดีตเด็กปืน – บอลลาร์ดคือตัวแทนจิตวิญญาณทีม
ลูกทีมของเลอ บรีส์เล่นด้วยพลังเต็มร้อย แต่คนที่โดดเด่นที่สุดคือสองอดีตแข้งอาร์เซน่อล — กรานิต ชาก้า และ แดน บอลลาร์ด
ชาก้าคุมเกมในแดนกลางอย่างยอดเยี่ยม ส่วนบอลลาร์ดไม่เพียงยิงประตูนำ ยังแอสซิสต์ลูกตีเสมอ และบล็อกลูกยิงสำคัญในช่วงท้ายเกม
บอลลาร์ดเริ่มต้นอาชีพกับอะคาเดมีอาร์เซน่อลตั้งแต่อายุ 8 ขวบ แต่ไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ก่อนย้ายมาอยู่ซันเดอร์แลนด์ในปี 2022
“มันเป็นความรู้สึกดีมาก ที่ได้พิสูจน์ว่าเราสามารถต่อกรกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของยุโรปได้” บอลลาร์ดให้สัมภาษณ์กับ Match of the Day
“แต่เรายังไม่พอใจแค่แต้มเดียว เป้าหมายของเราคือการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก”
อลัน เชียเรอร์ กล่าวชมผ่าน BBC ว่า
“บอลลาร์ดคือภาพสะท้อนของซันเดอร์แลนด์ในเกมนี้ – ดุดัน เด็ดขาด และไม่ยอมถอย”
“อาร์เซน่อลจะไม่เจอเกมที่ยากกว่านี้อีกบ่อยแน่ ซันเดอร์แลนด์สมควรได้แต้มเต็มๆ”
สเตเดียม ออฟ ไลท์ – ป้อมเหล็กที่ไม่มีใครเจาะได้
ซันเดอร์แลนด์ยังคง ไม่แพ้ใครในบ้าน จาก 11 นัด มี 19 คะแนน อยู่ในอันดับท็อปฮาล์ฟของตาราง และห่างจากโซนตกชั้นถึง 9 แต้ม
ธีโอ วอลคอตต์ อดีตดาวยิงอาร์เซน่อลที่รับบทกูรู Match of the Day กล่าวเสริมว่า
“พวกเขาเล่นหนักแต่ยังอยู่ในกรอบกติกา มีแค่จังหวะเดียวที่บอลลาร์ดปะทะกับ เมรีโน่ ในกรอบเขตโทษที่ดูเสี่ยง”
“แต่โดยรวมพวกเขาเล่นได้มีวินัยมาก สเตเดียม ออฟ ไลท์ เป็นสนามที่เล่นยากจริงๆ”
“ผมไม่เคยเห็น กาเบรียล กับ ซาลิบา ถูกกดดันหนักขนาดนี้มาก่อนเลยในฤดูกาลนี้”
สำหรับอาร์เซน่อล – แค่ “สะดุดเล็กน้อย”
แม้สถิติชนะรวดจะหยุดลง แต่อาร์เซน่อลยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อย่างมั่นคง
“เราชนะมา 10 เกมติด ไม่เสียประตูเลย และตอนนี้มีนักเตะบาดเจ็บถึง 7 คน แต่ฟอร์มของทีมยังยอดเยี่ยมมาก” อาร์เตต้ากล่าว
“ตอนนี้คือช่วงพักเบรกทีมชาติ เป็นเวลาที่เหมาะจะฟื้นฟูร่างกาย แล้วเตรียมเจอกับสเปอร์สในดาร์บี้ลอนดอนเหนือ”
วอลคอตต์ทิ้งท้ายว่า
“อาร์เซน่อลทำเกือบทุกอย่างถูกแล้ว เพียงแต่ซันเดอร์แลนด์ไม่ยอมแพ้”
