ฌอน ไดช์ เรียกร้องให้นักเตะบางคนของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ “กลับไปส่องกระจกดูตัวเอง” หลังโชว์ฟอร์มครึ่งแรกที่เขามองว่า “ยอมรับไม่ได้” ในเกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้เร็กซ์แฮม
ฟอเรสต์เป็นทีมจากพรีเมียร์ลีกทีมแรกที่ลงเล่นในรอบสาม และกลายเป็นทีมแรกที่ต้องตกรอบด้วยน้ำมือของทีมจากลีกที่ต่ำกว่า
หลังจากปรับทีมถึง 8 ตำแหน่งจากเกมพรีเมียร์ลีกที่ชนะเวสต์แฮมเมื่อวันอังคาร ไดช์ได้แต่มองด้วยความเดือดดาล เมื่อเห็นทีมของเขาตามหลังคู่แข่งจากแชมเปี้ยนชิพ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก
แม้จะฮึดกลับมาทำให้สกอร์เสมอ 3-3 และลากเกมไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษที่สนามสต็อค คา ราส แต่สุดท้ายก็แพ้ในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังจาก อิกอร์ เชซุส และ โอมาริ ฮัทชินสัน ยิงจุดโทษไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น อาร์เธอร์ โอโคนคโว
“ครึ่งแรกมันยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”
ไดช์ กล่าวกับ TNT Sports
“ผมบอกเรื่องนี้กับนักเตะไปแล้ว และมีบางคนที่รู้ตัวดี และพวกเขาจำเป็นต้องกลับไปส่องกระจกดูตัวเอง”
“แต่ฟุตบอลมันก็แปลก บางคนที่ลงมาในครึ่งหลังทำได้ยอดเยี่ยม และเราก็ดูเหมือนทีมพรีเมียร์ลีกในช่วงนั้น”
“คุณทำแบบนั้นในครึ่งแรกไม่ได้ มันยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง มันยอมรับไม่ได้สำหรับผม และผมบอกไปแล้วว่าพวกเขาต้องส่องกระจกดูตัวเอง เพราะมันยอมรับไม่ได้สำหรับตราสโมสรเช่นกัน”
“ทุกคนเคาะประตูมาถามว่า ‘ทำไมผมไม่ได้ลงเล่น?’ คำตอบมันชัดเจนมากสำหรับบางคน ไม่ใช่ทุกคน แต่สำหรับบางคน หลักฐานมันอยู่ตรงนั้นแล้ว”
แม้ไดช์จะชื่นชมผู้เล่นที่ลงมาเป็นตัวสำรอง — รวมถึง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ที่ยิงสองประตู — ว่าเป็น “ตัวจุดประกาย” ให้ทีมกลับมาในครึ่งหลัง แต่เขายังคงตำหนิผลงานอันย่ำแย่ใน 45 นาทีแรกอย่างต่อเนื่อง
“ผมสามารถเปลี่ยนพวกเขาออกทั้งหมดตั้งแต่พักครึ่งก็ได้”
เขากล่าวเสริม
“จังหวะเกม ทัศนคติ ความกล้าในการเล่น มันหายไปหมดในครึ่งแรก”
“ช้า เป็นระบบเกินไป ทั้งที่เราทำงานเรื่องนี้มาเยอะแล้ว แทบไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีความกระหายที่จะสร้างความแตกต่าง”
“ครึ่งหลัง การเปลี่ยนตัวทำได้ยอดเยี่ยม”
“ข้อเท็จจริงก็คือ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง พวกเขาแสดงให้เห็นตัวตนของตัวเองแล้ว และกลุ่มนักเตะในครึ่งแรกนั้น จะไม่มาเคาะประตูถามผมอีกแน่ว่า ‘ทำไมผมไม่ได้ลงเล่น’”
