เริ่มเกมในครึ่งแรก ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ประตูนำก่อนจาก เอฟรอน เมสัน-คลาร์ก นาทีที่ 25 เมื่อเขารับบอลจาก ทัตสึฮิโระ ซากาโมโตะ ก่อนยิงผ่านมือ อาเธอร์ โอโคนคโว เข้าไปให้โคเวนทรีขึ้นนำ 1-0
แต่ครึ่งหลังเกมเปลี่ยนขั้วโดยสิ้นเชิง — คีเฟอร์ มัวร์ (Kieffer Moore) ดาวยิงชาวเวลส์ของเวร็กแซม ระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงยิงคนเดียวสามประตูในช่วงเวลาเพียง 23 นาที (60’, 69’, 83’)
กลายเป็นแฮตทริกแรกในลีกของเวร็กแซมนับตั้งแต่ปี 1982
แม้ ซากาโมโตะ จะยิงไล่มาให้โคเวนทรีในนาที 88 ให้เกมกลับมาลุ้นอีกครั้ง แต่ทีมเยือนก็ไม่สามารถตีเสมอได้ ทำให้สถิติไร้พ่ายของพวกเขาในลีกฤดูกาลนี้ต้องจบลง
เวร็กแซม “แจ้งเกิดอีกครั้ง” – แลมพาร์ดยอมรับทีมหลุดมาตรฐาน
ก่อนเกม แลมพาร์ดให้สัมภาษณ์ชื่นชมพัฒนาการของเวร็กแซมที่ไต่ขึ้นมาจากลีกล่างอย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตัวก็คงไม่คาดคิดว่าเกมนี้จะเป็น “บทเรียนสำคัญ” ของทีมจ่าฝูง
ครึ่งแรก เวร็กแซมมีจังหวะทองจาก ลูอิส โอไบรอัน ที่เกือบยิงขึ้นนำ แต่ถูก คาร์ล รัชเวิร์ธ เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนถูกลงโทษทันทีในจังหวะถัดมาที่เมสัน-คลาร์กยิงให้โคเวนทรีนำ
แต่ครึ่งหลัง เวร็กแซมกลับมาด้วยพลังเต็มเปี่ยม — การทำงานของวิงแบ็ก อิสซ่า คาบอเร้ และ ลิเบราโต้ คาคาเช่ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับโคเวนทรีอย่างต่อเนื่อง
นาทีที่ 60 เกมเริ่มพลิกเมื่อ จอช วินดาสส์ เปิดบอลให้มัวร์ยิงจ่อ ๆ ตีเสมอ 1-1
จากนั้นอีก 9 นาทีถัดมา วินดาสส์เปิดอีกครั้ง และมัวร์โขกเข้าเสาไกลพาทีมแซงนำ 2-1
ช่วงท้ายเกม เวร็กแซมย้ำชัยจากจังหวะที่วินดาสส์จ่ายให้มัวร์ซัดด้วยซ้ายเข้าไปแบบเด็ดขาด เป็นแฮตทริกสุดสวยในนาทีที่ 83
แม้ซากาโมโตะจะยิงปลอบใจในนาทีที่ 88 แต่ก็ไม่เพียงพอให้ทีมเยือนรอดพ่าย
สถิติสำคัญหลังเกม
- แฮตทริกของ คีเฟอร์ มัวร์ ถือเป็นครั้งแรกในลีกของเวร็กแซมนับตั้งแต่ปี 1982 (มิค วินเทอร์ vs ร็อทเธอร์แฮม)
- โคเวนทรีเสียสถิติไร้พ่ายในลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้
- เวร็กแซมเก็บชัยในบ้าน 2 นัดติดเป็นครั้งแรกของซีซัน
- มัวร์ยิงรวมแล้ว 9 ประตู ในฤดูกาลนี้
- เวร็กแซมขึ้นไปอยู่อันดับ 11 ของตาราง
วิเคราะห์เกม: “การโรเตชันที่ได้ผล”
หลังจากเพิ่งตกรอบคาราบาวคัพจากการแพ้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เมื่อกลางสัปดาห์
กุนซือ ฟิล พาร์กินสัน ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 คนจากเกมนั้น และผลตอบแทนคือชัยชนะสุดเร้าใจเหนือทีมจ่าฝูง
คาบอเร้ และ คาคาเช่ เติมเกมรุกทางริมเส้นได้อย่างดุดัน
ส่วน วินดาสส์ ทำแอสซิสต์ถึง 3 ครั้งให้มัวร์ — ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรงสุดขีด
แม้ทีมจะมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย เช่น ลูอิส บรันท์ และ เอลเลียต ลี แต่เวร็กแซมยังแสดงให้เห็นถึง “ความลึกของทีม” และพลังสู้แบบไม่ยอมแพ้
ในขณะที่ฝั่งโคเวนทรี ถึงจะยิงได้สองประตู แต่โดยรวมยังเล่นต่ำกว่ามาตรฐานชัดเจน เกมนี้คือเครื่องเตือนว่าการรักษาฟอร์มไร้พ่ายในแชมเปียนชิพนั้น “แทบเป็นไปไม่ได้”
บทสัมภาษณ์หลังเกม
ฟิล พาร์กินสัน (ผู้จัดการทีมเวร็กแซม):
“นี่คือชัยชนะที่สำคัญสำหรับเรา ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ให้ใครเห็น แต่เพื่อทีมของเราเอง”
“หลังเกมกับมิดเดิลสโบรห์ ผมบอกลูกทีมว่าให้เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ และวันนี้พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
แฟรงค์ แลมพาร์ด (ผู้จัดการทีมโคเวนทรี):
“เราหลุดมาตรฐานที่เคยทำได้ และเมื่อเป็นแบบนั้น คุณก็พร้อมจะแพ้ได้ทุกเมื่อ”
“ต้องยกเครดิตให้เวร็กแซม พวกเขากดดันเราได้ดีมาก โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เราคุมบอลไม่ได้เลย”
“นี่คือฟุตบอล — ถ้าคุณไม่รักษามาตรฐาน คุณก็ต้องยอมรับผลลัพธ์”
บทสรุป
เวร็กแซมของฟิล พาร์กินสัน สร้างผลงานสุดเร้าใจ ด้วยการคว่ำทีมจ่าฝูงและยุติสถิติไร้พ่ายของโคเวนทรีได้สำเร็จ
ขณะที่ คีเฟอร์ มัวร์ กลายเป็นฮีโร่แห่งค่ำคืน ด้วยฟอร์มระดับตำนานที่พาทีมจากลีกล่างเมื่อสองปีก่อน กลับมายืนอย่างสง่าบนเวทีแชมเปียนชิพ
