แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มแสดงให้เห็นถึงพลังใจที่แข็งแกร่งขึ้นหรือไม่?
“ถ้าชนะไม่ได้ ก็อย่าแพ้” — คำคมเก่าที่ดูจะเหมาะกับปีศาจแดงในตอนนี้
ก่อนเกมที่ซิตี้ กราวด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ รูเบน อาโมริม (Rúben Amorim)
มีสถิติ “เก็บแต้มจากการตามหลัง” ในพรีเมียร์ลีกได้เพียง 8 คะแนนเท่านั้น
และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ พวกเขา ไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยใน 6 นัดหลังสุด ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง
นับตั้งแต่เกมกับบอร์นมัธเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน ซึ่ง ราสมุส ฮอยลุนด์ ยิงตีเสมอช่วงท้ายเกม
ดังนั้น เมื่อยูไนเต็ดโดนเจ้าถิ่น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยิงแซง 2 ประตูในเวลาเพียง 2 นาที
หลังจากได้ประตูนำแบบก้ำกึ่งในครึ่งแรก พวกเขาก็ดูเหมือนจะกำลังมุ่งหน้าไปสู่ความพ่ายแพ้อีกครั้ง
แต่คำถามหลังเกมที่นักข่าวถามอาโมริมกลับชัดเจนและแทงใจดำที่สุด:
“ถ้าเป็นฤดูกาลที่แล้ว เกมแบบนี้คุณคิดว่าจะชนะไหม?”
และคำตอบของอาโมริมก็ตรงไปตรงมาไม่แพ้กัน:
“ไม่ครับ — และคงแพ้ด้วยสกอร์ที่มากกว่านี้ด้วยซ้ำ นั่นคือความรู้สึกของผม”
“อมาด” ฮีโร่ยิงสุดสวยช่วยเซฟแต้ม – ยูไนเต็ดเปลี่ยนไปจริงหรือ?
แม้เราจะไม่มีทางรู้คำตอบที่แน่ชัด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้คือ
อมาด ดิยัลโล่ (Amad Diallo) แสดงให้เห็นว่าทำไมอาโมริมถึงไว้วางใจเขาในตำแหน่งวิงแบ็ก
จังหวะในนาทีที่ 81 เจ้าตัววอลเลย์เต็มข้อจากนอกกรอบเขตโทษส่งบอลเสียบเสาอย่างสุดงาม
ช่วยให้ยูไนเต็ดตีเสมอ 2-2 และเก็บแต้มสำคัญกลับออกมาได้
อาโมริมกล่าวหลังเกมว่า ทีมของเขาในตอนนี้ “แตกต่างจากเดิม” อย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อก่อน ถ้าเราเจอช่วงเวลาแย่ ๆ แบบนี้ — เสีย 2 ประตูติดใน 5 นาที — เราคงไม่สามารถกลับมาได้”
“แต่วันนี้มันต่างออกไป ผมรู้สึกเลยว่าแม้เราจะไม่ได้ชนะ แต่เราจะไม่แพ้แน่ ๆ
และนั่นคือความรู้สึกของทีมใหญ่ที่แท้จริงต้องมี”
สัญญาณของ “สปิริตใหม่” ใต้ยุคอาโมริม
ตั้งแต่เปิดฤดูกาล ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของกุนซือโปรตุเกสวัย 40 ปี
ดูมีพัฒนาการทั้งรูปแบบการเล่นและสภาพจิตใจ
โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ผลงานและฟอร์มการเล่นก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขากล่าวว่า “ความมั่นใจในทีมตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง”
“เราชนะมาสามเกมติดก่อนเกมนี้ ซึ่งทำให้ทุกคนเข้าใจกันมากขึ้น สื่อสารกันดีขึ้น
เรารู้แล้วว่าต่อให้เจอช่วงเวลาย่ำแย่ เราก็สามารถกลับมามีเกมที่ดีได้”
“สิ่งสำคัญคือเราต้องอยู่ในเกมจนถึง 10 นาทีสุดท้ายเสมอ
ฤดูกาลก่อนเราอาจจะถล่มตัวเองไปแล้ว แต่วันนี้ผมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย”
คูนญ่า & เอ็มเบวโม่ เพิ่มพลังใจ – แต่อาโมริมไม่พูดตรง ๆ
แม้อาโมริมจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่การมาของสองแนวรุกใหม่อย่าง
มาเตอุส คูนญ่า (Matheus Cunha) และ ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (Bryan Mbeumo)
ดูจะมีส่วนสำคัญต่อความแข็งแกร่งของทีมในตอนนี้
คูนญ่าเป็นนักเตะที่กล้าเผชิญสถานการณ์กดดัน —
ในครึ่งแรกเขาถูกแฟนฟอเรสต์โห่เพราะพยายามถ่วงเวลา แต่เจ้าตัวกลับตอบโต้ด้วยการ “ชี้ไปที่ตราสโมสรบนกางเกง” อย่างภาคภูมิใจ
ส่วนเอ็มเบวโม่ก็เป็นนักเตะที่เล่นหนัก วิ่งไม่มีหมด และไม่ปล่อยให้กองหลังฝ่ายตรงข้ามพักหายใจเลย
ปัญหาใหม่ของยูไนเต็ด – อนาคตของ “ซีร์คซี” และ “เมนู”
ในขณะที่ทีมแสดงให้เห็นถึง “ความแข็งแกร่งทางจิตใจ” ที่ดีขึ้น
แต่เกมนี้กลับสร้างคำถามใหม่ให้กับนักเตะสองคนคือ โยชัว ซีร์คซี (Joshua Zirkzee) และ คอบบี้ เมนู (Kobbie Mainoo)
อาโมริมเคยพูดในงานแถลงข่าวก่อนเกมว่า
“อาจมีนักเตะบางคนที่กังวลว่าจะพลาดฟุตบอลโลก และต้องการย้ายทีมในตลาดเดือนมกราคม”
และสองรายนี้ก็ดูเข้าข่ายนั้น —
ซีร์คซี ลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 82 นาทีจาก 4 นัด (ทั้งหมดเป็นตัวสำรอง)
เมนู ได้โอกาส 138 นาทีจาก 7 นัด และยังไม่เคยออกสตาร์ตตัวจริงเลยในลีกฤดูกาลนี้
ในเกมที่ซิตี้ กราวด์ ทั้งคู่ไม่ได้ถูกส่งลงสนามเลยแม้ในช่วงที่ทีมกำลังตามหลัง
“เรามีผู้เล่นที่มีคุณภาพมากบนม้านั่งสำรอง แต่บางครั้งผมรู้สึกว่าถ้าหยุดเกมบ่อยเกินไป มันจะทำลายจังหวะของทีม”
“ครึ่งหลังเรากำลังพัฒนาเกมได้ดีขึ้น ผมจึงไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร” อาโมริมกล่าว
ตลาดมกราคมอาจวุ่น – เมื่อทีมจะขาด 2 แข้งหลักลุย “แอฟริกัน เนชันส์ คัพ”
สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นไปอีก เพราะเดือนธันวาคม
ยูไนเต็ดจะต้องเสียทั้ง เอ็มเบวโม่ และ อมาด ดิยัลโล่ ไปเล่นในศึก แอฟริกัน เนชันส์ คัพ (AFCON)
นั่นคือช่วงเวลาที่ทีมต้องลงเล่นหลายแมตช์กลางสัปดาห์ ซึ่งอาจจำเป็นต้องโรเตชันนักเตะ
อาโมริมอาจต้องใช้ซีร์คซีหรือเมนูในช่วงนั้น
โดยรอบชิงชนะเลิศของ AFCON จะมีขึ้นวันที่ 18 มกราคม
หมายความว่าสองแข้งดังกล่าวจะกลับมาทันก่อนตลาดนักเตะปิดในวันที่ 2 กุมภาพันธ์
“พวกเขาทั้งสองรู้ดีว่ามันเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของฤดูกาลเท่านั้น” อาโมริมตอบเมื่อถูกถามถึงอนาคตของสองแข้งดาวรุ่ง
“มันไม่เกี่ยวกับคุณภาพเลย — เรามีเกมให้เล่นอีกเยอะ และทุกคนจะได้โอกาสแน่นอน”
สรุป: ยูไนเต็ดเริ่มมี “ดีเอ็นเอทีมใหญ่” กลับมาอีกครั้ง
แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีจุดต้องปรับปรุงอีกมาก
แต่เกมนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งสำคัญที่สุดในฟุตบอล — “จิตใจที่ไม่ยอมแพ้”
จากทีมที่เคยเสียสมาธิทุกครั้งที่โดนยิงแซง
วันนี้พวกเขากลับมายื้อแต้มด้วยความมุ่งมั่นและพลังใจ
คำพูดของรูเบน อาโมริมหลังเกมสรุปได้ดีที่สุดว่า:
“วันนี้เรารู้ว่าอาจชนะไม่ได้ แต่เราจะไม่แพ้ —
และนั่นคือความรู้สึกของทีมที่ยิ่งใหญ่ต้องมี”
