“ทูเคิ่ล และทีมชาติอังกฤษ จะไม่สร้างโลกทั้งใบให้หมุนรอบตัว เบลลิงแฮม”
การกลับมาของ จู๊ด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ในทีมชาติอังกฤษชุดคัดบอลโลกรอบสุดท้าย คือ “ขั้นตอนแรก” ในการคืนสู่ระบบของเขาภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล (Thomas Tuchel)
แม้ว่าเกมพบ เซอร์เบีย ที่เวมบลีย์ และเกมเยือน แอลเบเนีย จะไม่มีผลอะไรต่อการเข้ารอบ เพราะอังกฤษการันตีตั๋วไปฟุตบอลโลก 2026 แล้ว แต่สำหรับเบลลิงแฮม มันคือเกมที่มี “เดิมพันส่วนตัว” สูงกว่าที่เห็น
ไม่มีระบบดารา – ไม่มีสิทธิ์ “กลับมาทันที” แม้เป็นซูเปอร์สตาร์
เมื่อทูเคิ่ลตัดสินใจ “ไม่เรียก” เบลลิงแฮมเข้าทีมในแคมป์ก่อนหน้า ทั้งที่นักเตะอยากร่วมทีม และอังกฤษเพิ่งชนะลัตเวียเพื่อการันตีตั๋วฟุตบอลโลก มันส่งสัญญาณชัดเจนมาก
นั่นคือ —
“ไม่มีระบบดาราในทีมนี้”
“ไม่มีสิทธิ์กลับอัตโนมัติ”
แม้จะเป็นนักเตะพรสวรรค์ระดับโลกอย่างเบลลิงแฮมก็ตาม
แน่นอนว่า การกลับมาครั้งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการไปฟุตบอลโลกโดยไม่มีนักเตะระดับเขาเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึง แต่ทูเคิ่ลได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทีมชาติอังกฤษจะไม่หมุนรอบตัวเบลลิงแฮมอีกต่อไป
เขาเป็นนักเตะสำคัญ แต่ไม่ใช่ “ศูนย์กลางจักรวาล” ของทีม
“เบลลิงแฮมต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง”
เบลลิงแฮมอาจเป็นตัวเต็งในใจแฟนบอลให้ยืนตำแหน่ง “หมายเลข 10” ของอังกฤษ แต่จากแนวทางของทูเคิ่ล เขาจะต้อง “แย่งตำแหน่ง” ด้วยฟอร์มในสนามเหมือนนักเตะคนอื่นๆ
กุนซือชาวเยอรมันได้ให้โอกาสนักเตะใหม่ๆ เช่น มอร์แกน โรเจอร์ส (Morgan Rogers) จากแอสตัน วิลล่า ที่โชว์ฟอร์มน่าประทับใจตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม แม้ในเกมชนะลัตเวีย 5-0 เจ้าหนูโรเจอร์สจะดูเงียบลงไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของโค้ช
ขณะเดียวกัน การกลับมาของ ฟิล โฟเด้น (Phil Foden) หลังออกสตาร์ตฤดูกาลได้ยอดเยี่ยมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเข้าไปอีก
ทูเคิ่ลชี้ “โฟเด้นไม่ใช่ปีกอีกต่อไป”
ทูเคิ่ลพูดถึงโฟเด้นอย่างชัดเจนว่า
“ตำแหน่งที่ผมเห็นว่าเขาเล่นได้ดีที่สุด คือแบบเดียวกับที่เล่นให้ซิตี้ในเกมพบดอร์ทมุนด์ เขาต้องอยู่ใกล้กรอบเขตโทษ เป็นกึ่งหมายเลข 9 และ 10 เพราะจากตรงนั้นเขายิงประตูและแอสซิสต์ได้มากที่สุด”
“ผมไม่เห็นว่าโฟเด้นเป็นปีกอีกแล้ว เขาควรอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะดึงศักยภาพของเขาออกมาได้มากที่สุด”
แปลได้ว่า — แม้เบลลิงแฮมจะได้กลับมา แต่ “ตำแหน่งตัวจริง” ในทีมชาติไม่ใช่ของตายอีกต่อไป
เบลลิงแฮมต้องพิสูจน์ในสนาม ไม่ใช่ด้วยชื่อเสียง
เบลลิงแฮมเพิ่งกลับมาลงสนามให้ เรอัล มาดริด หลังผ่าตัดไหล่ และตอนนี้เขาจะใช้โอกาสในเกมทีมชาติเพื่อเรียกฟอร์มกลับมาให้ได้ เพราะแม้จะเป็นเกมที่ไม่มีผลต่ออันดับ แต่เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอนาคตในฟุตบอลโลก
ทูเคิ่ลกล่าวถึงลูกทีมว่า
“จู๊ดยอมรับการตัดสินใจในแคมป์ก่อนหน้าได้ดี เขากลับไปทำในสิ่งที่เขาทำดีที่สุด — ลงเล่นในระดับสูงสุดและพิสูจน์ว่าตัวเองสมควรอยู่ในทีมชาติ”
“เขารู้ดีว่าเขาเหมาะกับบทบาทหมายเลข 10 และผมเองก็เห็นแบบนั้น จุดแข็งของเขาคือการเติมเข้าไปในพื้นที่ของหมายเลข 9 เขามีความหิวและความมุ่งมั่นในการทำประตูเหมือนที่เราเห็นกับเรอัล มาดริด และเราหวังจะเห็นสิ่งนั้นในทีมชาติด้วย”
ทีมชุดใหม่ของทูเคิ่ล – เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์
ตามสไตล์ของทูเคิ่ล เขาเลือกสร้างความแปลกใจด้วยการเรียก อเล็กซ์ สก็อตต์ (Alex Scott) จากบอร์นมัธ ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก
ในทางกลับกัน เขาไม่เรียก ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ (Myles Lewis-Skelly) ดาวรุ่งของอาร์เซน่อล แม้เจ้าตัวจะได้ลงเล่นในเกมกับลัตเวียก็ตาม โดยทูเคิ่ลให้เหตุผลว่า “โอกาสลงสนามในสโมสรยังน้อยเกินไป” (เพียง 463 นาทีในฤดูกาลนี้)
อีกหนึ่งดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจคือ อดัม วอร์ตัน (Adam Wharton) จากคริสตัล พาเลซ ซึ่งอาจได้โอกาสลงสนามชุดใหญ่จริงจัง หลังถูกมองข้ามมาตลอด แม้จะโชว์ฟอร์มดีในพรีเมียร์ลีก
แดนนี่ เวลเบ็ค – ยังคงอยู่นอกแผน, กรีลิช และอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังไม่เข้าตา
ข่าวลือเรื่องการเรียกตัว แดนนี่ เวลเบ็ค วัย 34 ปี จากไบรท์ตันกลับทีมชาติไม่เป็นจริง แม้จะฟอร์มดีและเปี่ยมประสบการณ์ แต่ทูเคิ่ลมองว่า การเรียกกลับหลังหายไป 7 ปี “จะสะท้อนภาพลบถึงระบบการพัฒนากองหน้าอังกฤษ”
ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แจ็ค กรีลิช ยังไม่มีชื่อในทีมเช่นเดิม — โดยเทรนต์ถูกโห่หนักจากแฟนลิเวอร์พูลในเกมแชมเปียนส์ลีกที่มาดริดบุกมาเยือน แถมอนาคตในทีมชาติยิ่งเลือนราง ขณะที่กรีลิชยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป แม้จะทำผลงานใช้ได้กับเอฟเวอร์ตันก็ตาม
