ผี-เชอร์รี่ส์ เดือดจัด! ยิงกันยับ 4-4 เกมคลาสสิกแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ บอร์นมัธ จับมือกันสร้างหนึ่งในเกมพรีเมียร์ลีกที่มันส์ที่สุดของฤดูกาล หลังสาดสกอร์กันสนั่น 4-4 แบบไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองทีมขึ้นนำ สลับโดนแซง และต้องไล่ตามกันจนวินาทีสุดท้าย เหนื่อยกันจนแทบคลานออกจากสนาม
เกมเปิดหน้าแลก ตั้งแต่ต้นจนจบ
ยูไนเต็ดออกสตาร์ตแรงสุด ๆ ยิงไป 6 ครั้งใน 10 นาทีแรก ซึ่งเป็นสถิติที่เร็วที่สุดของพวกเขาในลีก นับตั้งแต่ปี 2022 และมาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาที 13 จาก อาหมัด ดิยัลโล ที่ถูกขยับไปเล่นเกมรุกมากขึ้น ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยการนำ 2-1
แต่ครึ่งหลังเกมพลิกแบบไม่ต้องพักหายใจ บอร์นมัธรัวคืนสองประตูใน 7 นาที จาก เอวานิลซอน และ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ แซงนำ 3-2
ยูไนเต็ดไม่ยอมง่าย ๆ
- บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปั่นฟรีคิกสุดงาม
- มาเตอุส คุนญ่า ยิงแซง 4-3
ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาแค่ 2 นาที ทำเอาโอลด์ แทรฟฟอร์ดแทบแตก
แต่ดราม่ายังไม่จบ เมื่อดาวรุ่งวัย 19 ปี เอลี จูเนียร์ ครูปี ซัดตีเสมอให้บอร์นมัธ นาทีที่ 84 กลายเป็นประตูปิดกล่องเกมเดือดนี้
แท็กติก Amorim ได้ผล…แต่ไม่พอ
เกมนี้ รูเบน อาโมริม ปรับระบบแนวรับ 5 คนที่ถกเถียงกันมานาน ขยับบทบาทอาหมัดให้ดันสูงขึ้น และได้ผลทันทีจากประตูแรก อย่างไรก็ตาม ความเปราะในเกมรับและจังหวะเสียสมาธิ ทำให้ผีแดงไม่อาจรักษาความได้เปรียบไว้ได้
แถมยังต้องเสีย คาเซมิโร่ ที่โดนใบเหลืองจนติดโทษแบน พลาดเกมสำคัญกับแอสตัน วิลล่าอีกต่างหาก
บอร์นมัธ: ไม่ชนะ แต่ใจใหญ่
แม้จะไม่ชนะเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกัน แต่ลูกทีมของ อันโดนี อิราโอลา แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ บุกมายิง 4 ประตูที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรก และเกือบแซงชนะในช่วงทดเจ็บ หากไม่ติดเซฟสำคัญของ เซนเน่ ลัมเมนส์
สรุปแบบไม่ต้องคิดเยอะ
- ยิงรวม 8 ประตู
- โอกาสยิงรวม 38 ครั้ง
- เกมแกว่งเหมือนรถไฟเหาะ
- แฟนบอลได้ความมันส์เต็มอิ่ม (แต่กุนซืออาจปวดหัว)
ผลเสมอนัดนี้ทำให้ยูไนเต็ดหลุดท็อปไฟว์ ขณะที่บอร์นมัธยังต้องตามหาชัยชนะนัดแรกในรอบหลายสัปดาห์ต่อไป
