รูเบน อาโมริม ออกมาท้าทายฝ่ายบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ปล่อยให้เขาทำงานของตัวเองโดยไม่ก้าวก่าย
หลังจากที่เขาเปรยถึงปัญหาภายในสโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อาโมริมเลือกจะรอจนถึงคำถามสุดท้ายในการแถลงข่าวหลังเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ก่อนจะทิ้งประเด็นสำคัญอีกครั้ง
เขาย้ำหลายครั้งว่า พร้อมจะเดินจากไปเมื่อสัญญาของเขาหมดลงในอีก 18 เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนว่าเขาเผชิญกับการแทรกแซงการทำงานจากผู้บริหารระดับสูงของสโมสรในแบบที่เขามองว่า “ไม่อาจยอมรับได้” และเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับสโมสรอื่น
เขายังยกชื่ออดีตกุนซือระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก 3 คนขึ้นมา พร้อมบอกเป็นนัยว่าคนเหล่านั้นคงไม่ถูกแทรกแซงในลักษณะเดียวกับที่เขากำลังเจอ
“ผมแค่อยากจะบอกว่า ผมมาที่นี่เพื่อเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่โค้ช
ในทุกแผนก – ไม่ว่าจะเป็นแมวมอง ผู้อำนวยการกีฬา – ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
ผมจะทำหน้าที่ของผมไป 18 เดือน แล้วเราค่อยแยกย้าย
หน้าที่ของผมคือการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่แค่โค้ช”
อาโมริมยังพูดถึงบรรยากาศภายในสโมสรว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะ “อ่อนไหวเกินไป” ต่อเสียงวิจารณ์จากภายนอก
“ถ้าผู้คนรับมือกับแกรี เนวิลล์ หรือคำวิจารณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนสโมสรนี้”
มีรอยร้าวเบื้องหลังที่แมนฯ ยูไนเต็ดหรือไม่?
ประตูตีเสมอของคุนญ่า ช่วยให้ยูไนเต็ดแบ่งแต้มจากลีดส์
Football Daily – รีวิวพรีเมียร์ลีก: ความไม่สงบของอาโมริม และความได้เปรียบของอาร์เซนอล
แกรี เนวิลล์ เป็นหนึ่งในอดีตนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดชื่อดังหลายคน ที่ออกมาวิจารณ์สโมสรอย่างหนักในช่วงหลัง
อดีตกัปตันทีมรายนี้เคยเรียกเกมเสมอวูล์ฟส์ 0-0 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ว่าเป็น
“ความเลวร้ายที่สุดของความเลวร้าย”
ขณะที่ พอล สโคลส์ เพื่อนร่วมรุ่น “คลาส ออฟ 92” กล่าวว่า อาโมริม
“ไม่เข้าใจแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”
เนื่องจากการเลือกใช้ระบบกองหลังสามคนและวิงแบ็ก ซึ่งขัดกับวัฒนธรรมเดิมของสโมสรที่ใช้ปีกธรรมชาติ
อาโมริมเคยเปลี่ยนมาเล่นกองหลังสี่คนในเกมชนะนิวคาสเซิลช่วงบ็อกซิ่งเดย์ แต่ก็กลับไปใช้ระบบสามกองหลังอีกครั้งในเกมถัดมา รวมถึงเกมกับลีดส์
รายงานล่าสุดระบุว่า คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ หัวหน้าฝ่ายสรรหานักเตะของยูไนเต็ด ได้ขอให้อาโมริมปรับแท็กติก หลังจากมาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่ม อธิบายอย่างละเอียดถึงแผนรับมือระบบของเขาในเกมเสมอ 1-1 เมื่อเดือนสิงหาคม
อาโมริมยอมรับว่ามีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องเป้าหมายเสริมทัพ และกระแสความตึงเครียดกับผู้อำนวยการฟุตบอล เจสัน วิลค็อกซ์ ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
แผน 18 เดือนของอาโมริม – เว้นแต่บอร์ดจะ “ตัดสินใจเปลี่ยน”
07:48
คำบรรยายสื่อ:
ลีดส์ชวดชัย หลังคุนญ่าตีเสมอให้ยูไนเต็ด
เมื่อถูกถามว่าเขายังได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารหรือไม่ อาโมริมตอบว่า
“ผมสังเกตว่าคุณได้รับข้อมูลแบบเลือกบางส่วนมา
ผมมาที่นี่เพื่อเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่โค้ช
ผมรู้ว่าชื่อผมไม่ใช่ทูเคิล ไม่ใช่คอนเต้ ไม่ใช่มูรินโญ่
แต่ผมคือผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
และมันจะเป็นแบบนี้ไป 18 เดือน หรือจนกว่าบอร์ดจะตัดสินใจเปลี่ยน”
“ผมจะไม่ลาออก ผมจะทำงานของผมไปจนกว่าจะมีคนอื่นมาแทน”
แม้เจ้าหน้าที่สโมสรจะพยายามแสดงภาพความเป็นเอกภาพ แต่คำพูดของอาโมริมกำลังท้าทายสิ่งนั้นอย่างชัดเจน
แมนฯ ยูไนเต็ด แต่งตั้งเขาในตำแหน่ง “เฮดโค้ช” ตอนประกาศรับช่วงต่อจาก เอริก เทน ฮาก เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2024 ทั้งที่เทน ฮากมีตำแหน่งเป็น “ผู้จัดการทีม”
อาโมริมยังเชื่อว่าสโมสรเดินมาถูกทาง แม้ผลงานจะชนะเพียง 1 จาก 5 เกมหลัง และชนะ 3 จาก 11 นัด
คำถามคือ คำพูดของเขาจะส่งผลในทันทีหรือไม่ โดยเขามีกำหนดแถลงข่าวอีกครั้งวันอังคาร ก่อนบุกไปเยือนเบิร์นลีย์
วิเคราะห์: “ตอนนี้สถานการณ์เริ่มจริงจังแล้ว”
อาโมริมได้รับโอกาสอธิบายคำพูดของตัวเองอย่างเต็มที่ที่เอลแลนด์ โร้ด แต่เขาเลือกเดินออกจากห้องแถลงข่าว ปล่อยให้สื่อวิเคราะห์กันเอง
เขาเคยพูดเป็นนัยเรื่องความเห็นต่างด้านการเสริมทัพ โดยเฉพาะดีล อองตวน เซเมนโย่ ที่ล้มเหลว
สิ่งที่ชัดเจนคือ เขาเชื่อว่าผู้จัดการทีมควรมีอิทธิพลต่อการซื้อขายนักเตะ ซึ่งเขาเคยอธิบายไว้หลังชนะนิวคาสเซิล 1-0 เมื่อ 26 ธันวาคม
“บางครั้งผมมีไอเดียหนึ่ง เจสันและบอร์ดมีอีกไอเดีย
เราต้องหาจุดร่วมกัน
คุณไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อผู้จัดการทีม เพราะผู้จัดการทีมอาจเปลี่ยน
แต่คุณก็ต้องเข้าใจว่า ผู้จัดการทีมเข้าใจวิธีการเล่น”
สถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียด และยากจะเชื่อว่าความขัดแย้งนี้จะถูกปล่อยให้ยืดเยื้อไปอีก 18 เดือน
อาโมริมเชื่อว่าขอบเขตงานที่เขาตกลงไว้ตอนแรกได้เปลี่ยนไป หลังจากที่ โอมาร์ เบร์ราด้า บินไปโปรตุเกสเพื่อโน้มน้าวให้เขาเข้ามาคุมทีมทันที แทนที่จะรอถึงซัมเมอร์
ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน “ไม่ใช่แบบที่อาโมริมต้องการ”
คำถามใหญ่จึงคือ
- ถ้าอาโมริมรับสถานการณ์นี้ไม่ได้ สโมสรจะยอมเปลี่ยนวิสัยทัศน์หรือไม่?
- หากไม่ แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป?
ปัญหาเพิ่ม: เซสโก้ฟอร์มฝืด
อาโมริมยังเจอปัญหาเพิ่มจากฟอร์มของกองหน้าค่าตัว 73.7 ล้านปอนด์ เบนยามิน เซสโก้
ดาวยิงทีมชาติสโลวีเนียยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 16 นัด และพลาดโอกาสสำคัญหลายครั้งในเกมกับลีดส์ รวมถึงจังหวะที่ยิงหลุดจากระยะ 6 หลา
เขาไม่ยิงประตูมาแล้ว 9 เกม นับตั้งแต่พบซันเดอร์แลนด์เมื่อ 4 ตุลาคม
การดึงเซสโก้มาทดแทน ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่ย้ายไปนาโปลีด้วยสัญญายืมตัว และยิงไปแล้ว 9 ประตูจาก 21 เกม กำลังถูกตั้งคำถาม
แต่อาโมริมไม่คิดเช่นนั้น
“เบนมีคุณลักษณะแตกต่างจากราสมุส
เขาทำสิ่งที่ถูกต้อง
การพลาดโอกาส แปลว่าเขาไปอยู่ถูกที่
เขาแค่ต้องยิงให้ได้หนึ่งลูก ทุกอย่างจะเบาลงเอง”
